ก.ต.ช.ภาคประชาชน เสนอไอเดียแก้ปัญหา ช้างป่า รอยต่อ 2 จังหวัดแบบบูรณาการ หลังลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน ผลักดันร่างข้อเสนอดูแลคน-ช้างป่าทุกมิติ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาชน เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้มีโอกาสลงพื้นที่พบปะประชาชนในภารกิจงานตำรวจ และได้รับทราบถึงปัญหาช้างป่ากับคน เป็นเหตุผลให้ชาวบ้านชวนตนไปดูการแก้ไขปัญหาช้างป่า
ตนจึงเริ่มลงพื้นที่ศึกษาหาข้อมูล การแก้ไขปัญหาช้างป่า ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงในการลงพื้นที่ค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับประชาชนและคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคม
อาทิ แกนนำชุมชน คณะทำงานอาสาสมัครเกี่ยวข้องกับปัญหาช้างป่าและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ชุมชน และภาคเอกชน เป็นต้น โดยการน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาเป็นแนวทางสำคัญสูงสุดในการศึกษาวิจัยและจัดทำบันทึกข้อเสนอเชิงนโยบาย วิถีใหม่ แก้ไขปัญหาช้างป่า แบบบูรณาการ
จากการน้อมนำพระราชดำริมาเป็นแนวทางสำคัญสูงสุดในการศึกษาวิจัยและลงพื้นที่เข้าถึงภาคประชาสังคมอันประกอบด้วย ภาคประชาชน ชุมชน เอกชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการป้องกันและแก้ไขปัญหาช้างป่า พบผลการศึกษาที่มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
1.สถานการณ์ปัญหาช้างป่าและปัญหาคนในพื้นที่ป่ารอยต่อจังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี ช้างป่ายังคงอยู่และเข้าในพื้นที่ชุมชนที่พักอาศัยของประชาชน อ.แก่งหางแมว และ อำเภอใกล้เคียง จำนวนประมาณการล่าสุดมีช้างป่าในกลุ่มป่าภาคตะวันออกจำนวน 592 ตัว (แต่ ยังมีข้อโต้แย้งเรื่องความน่าเชื่อถือถูกต้องแม่นยำของจำนวน ที่มาของตัวเลขสถิติช้างป่า)
2.ปัญหาและสาเหตุ มีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ (1) สาเหตุภายในพื้นที่ป่าที่ผลักดันให้ช้างออกจากป่า ได้แก่ การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า กลุ่มพรานป่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น
(2) สาเหตุภายนอก นอกเขตพื้นที่ป่า ที่เป็นสาเหตุดึงดูดช้างป่าให้ออกจากป่า เช่น แหล่งอาหาร พืชเกษตร แหล่งน้ำ และอื่น ๆ ที่ปลูกติดรั้วกั้นช้างและใกล้เขตพื้นที่ป่า เป็นต้น
3.นโยบายแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่า กับ คน ป่ารอยต่อ ระยอง จันทบุรี นโยบายปัจจุบันที่กำลังทำอยู่ ให้ช้างป่ากับคนอยู่ร่วมกันได้ ช้างปลอดภัย คนปลอดภัย
4.การบริหารจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่า กับ คน ป่ารอยต่อ ระยอง จันทบุรี มีในปัจจุบัน ดังนี้ รั้วกึ่งถาวร ,คูกั้นช้าง, รั้วรังผึ้ง, ชุดเคลื่อนที่เร็ว, ชุดความรู้, การเยียวยา, การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอื่น ๆ
5.การวิเคราะห์ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ ค้นหาปัจจัยสำเร็จ พบว่าในพื้นที่ ระยอง จันทบุรีในพื้นที่ป่า อำเภอ แก่งหางแมว และอำเภอใกล้เคียง ป่ารอยต่อ ระยอง จันทบุรี ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังมีการทำร้ายช้างป่า ทำร้ายคน และพืชทางการเกษตร ทรัพย์สินของประชาชนและชุมชน
ทั้งนี้ เรื่องการดูแลคน ต้องมีการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพจาก สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ให้ คชบาล ช้างป่า กลุ่มอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่าและกลุ่มจิตอาสาร่วมแก้ไขปัญหาช้างป่าในชุมชนระดับพื้นที่ผลกระทบจากช้างป่า มีระดับขั้นการรับค่าตอบแทนและสวัสดิการอื่น ๆ ถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับชุมชน รุ่นต่อรุ่น ลดช่องว่างการทำงานระหว่างรัฐกับประชาชน
ส่วนดูแลเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนทรัพยากรจำเป็นต่อการ เกาะติดแก้ไขปัญหาช้างป่าระดับชุมชน ท้องถิ่น มีประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์
การดูแลเยียวยาประชาชน เกษตรกร ผู้ได้รับความเสียหายได้อย่างเหมาะสม ด้วยการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก เชื่อมั่นและสนับสนุน เครือข่ายภาคประชาสังคมแก้ไขปัญหาช้างป่าและคน ร่วมกัน ผ่านการส่งเสริมการศึกษาและท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน
ส่วนการดูแลช้างป่า ควรให้น้อมนำหลักการของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาสู่ภาคปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ผ่านโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ เข้าถึงทุกชุมชน หมู่บ้าน ขยายผลต่อยอดและปรับเข้ากับแต่ละบริบทและสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ป่า รวมถึงจัดทำสำมะโนประชากรช้างป่า (Census)
สำรวจจำนวนช้างป่าที่เป็นจริงเชื่อถือได้ ไร้ข้อโต้แย้งเรื่องจำนวนและการบันทึก อัตลักษณ์ ทุกตัว แยกเพศ ทำโครงสร้างอายุ วัยเจริญพันธุ์ ตามหลักประชากรศาสตร์ และเข้าถึงวิถีชีวิตของช้างป่า เพื่อออกมาตรการรองรับได้อย่างประณีต เหมาะสมถูกต้อง ไร้แรงเสียดทาน แต่ได้รับการสนับสนุนจากสังคมและชุมชนระดับพื้นที่
นอกจากนี้ ให้นำเทคโนโลยี นวัตกรรม แก้ไขปัญหาช้างป่า เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ป้องกันช้างออกจากป่า เทคโนโลยี Laser หักเหทิศทางการเดินทางของช้างป่าได้ และการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในสรรพสิ่ง (Internet of Things, IOT) เฝ้าระวังการบุกรุกของช้างป่า ช่วยเหลือคน ช่วยเหลือช้างป่า ได้พร้อม ๆ กัน ตรวจสอบข้อมูลการรายงานระดับพื้นที่ว่าจริง ถูกต้อง แบบเรียลไทม์ (Realtime) หรือเกือบเรียลไทม์



