กระทรวงคมนาคม เปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ “Smart Seamless เชื่อมรถ ต่อราง สะดวกเดินทาง สร้างความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์”

​วันทึ่ 5 เม.ย.2567 ที่ห้องประชุมมาตุลี อาคาร 10 ชั้น 3 กรมการขนส่งทางบก นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายและเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ภายใต้ชื่อ “Smart Seamless เชื่อมรถ ต่อราง สะดวกเดินทาง สร้างความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์”

พร้อมด้วย นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และ นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการ รักษาการแทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด เข้าร่วมงาน

จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์แผนการดำเนินมาตรการของการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในช่วงเทศกาลฯ ของกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในสังกัด

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงวันหยุดยาวที่ประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนาและมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ จำนวนมาก

โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567 คาดการณ์การว่าการเดินทางของประชาชน ด้วยขนส่งสาธารณะระหว่างจังหวัด ระหว่างวันที่ 1 -17 เม.ย. 2567 รวม 7 วัน มีปริมาณผู้โดยสาร 2.05 ล้านคน-เที่ยว รถบขส. 772,730 คน รถไฟระหว่างเมือง 645,600 คน ท่าอากาศยาน 629,365 คน เพิ่มจากเทศกาลสงกรานต์ ปี 66 23.95%

รัฐบาล นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคมดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนเพื่อให้เดินทางถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยและลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย โดย “อุบัติเหตุ ต้องเป็น “ศูนย์” บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงง่าย เพียงพอไม่ล่าช้า ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ไม่โก่งราคา ไม่ทิ้งผู้โดยสาร และทันกับเหตุการณ์

รวมถึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเชื่อโยงระบบการขนส่งสธารณะ เพื่อตอบโจทย์นโยบาย “สะดวก สบาย ปลอดภัย ไร้รอยต่อ”

โดยวันนี้เป็นการจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ภายใต้ชื่อ “Smart Seamless เชื่อมรถ ต่อราง สะดวกเดินทาง สร้างความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์” เพื่อประชาสัมพันธ์แผนการดำเนินมาตรการของการอำนวยความสะดวกประชาชนในการเชื่อต่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อ ทั้ง ทางบก ทางราง

รวมถึงมาตรการความปลอดภัย ของกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในสังกัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลฯ การเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะอย่างไร้รอยต่อ บขส. และ ขสมก. กำหนดจุดจอดและปรับปรุงทางเชื่อมที่มีความสะดวก สบายมากขึ้น จัดพื้นที่จอดรถแท็กซี่ (TAXI)

และระบบการบริหารจัดการเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลาลดปัญหาการจราจรติดขัดภายในและภายนอกสถานี อีกทั้ง เตรียมการให้รถโดยสารสาธารณะทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สนับสนุนการทำหน้าที่ Feeder เชื่อมสถานีรถไฟ สนามบิน ท่าเรือ ได้อย่างไร้รอยต่อทั่วประเทศ

การพัฒนาระบบการบริหารจัดการและระบบการจราจรภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร ได้มีการปรับรูปแบบการจราจร พื้นที่จอดรถ ชานชาลาสำหรับรถขาเข้า ขาออก ในสถานีขนส่งผู้โดยสารให้มีระบบการจราจรที่มีประสิทธิภาพ

รวมถึงการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ การบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนประกอบด้วย ผู้ตรวจการกรมการขนส่งทางบก

เจ้าหน้าที่ตรวจการ บขส. เจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ ขสมก. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันมิให้มิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนภายในสถานนีขนส่งผู้โดยสาร

การยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชน ตรวจเข้มความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถแบบ 100% ตาม Checklist ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร 123 แห่ง จุดจอด จำนวน 55 แห่ง จุดตรวจความปลอดภัย (Rest Area) จำนวน 13 จังหวัด 16 จุด และจุด Checking Point จำนวน 26 จังหวัด 28 จุด ทั้งก่อนให้บริการและระหว่างเส้นทางการเดินทางผ่านจุด Checking Point ทั่วประเทศ

ตรวจสอบความเร็วสถานะการเดินทางของรถทุกคันผ่านศูนย์ GPS ของกรมการขนส่งทางบกตลอด 24 ชั่วโมง และหากพบการกระทำผิดให้มีการพิจารณาลงโทษตามกฎหมายทันที

ทั้งนี้ กรณีรถโดยสารประจำทางที่เป็นรถสองชั้นทุกคัน รวมถึงรถโดยสารไม่ประจำทางที่นำมาขออนุญาตกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อวิ่งร่วมกับเส้นทางรถโดยสารประจำทาง (รถเสริม) ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก ภายในวันที่ 7 เม.ย.2567 หากพบรถไม่พร้อมให้สั่งพ่น “ห้ามใช้” ทันทีเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางสูงสุดของประชาชน

นายจิรุตม์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้บูรณาการกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและสถานศึกษาในเขตพื้นที่ เพื่อร่วมกันจัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน (Fix it Center) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567 จำนวน 104 จุดทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่นและสายรอง

โดยจุดบริการดังกล่าวจะให้บริการตรวจเช็คสภาพรถเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือผู้เดินทางกรณีฉุกเฉิน บริการรถยก (บางพื้นที่) บริการนวดผ่อนคลาย บริการผ้าเย็น น้ำดื่ม ข้อมูลเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว และรายชื่ออู่รถที่เปิดให้บริการ เป็นต้น

ซึ่งบริการเหล่านี้เป็นการให้บริการ “ฟรี” ไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยจะให้บริการระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2567 รวมทั้งตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะชั่วคราว ดำเนินงานศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและป้องกันมิให้ผู้โดยสารถูกเอารัดเอาเปรียบจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ

นายพิเชฐ กล่าวว่า การบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงาน กรมการขนส่งทางราง (ขร.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท. หรือรถไฟสายสีแดง)

ติดตามและประเมินผลการเดินทางโดยระบบรางอย่างใกล้ชิด ทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และในต่างจังหวัด ซึ่งที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ รฟท. เพิ่มจำนวนเที่ยวรถให้สอดรับกับปริมาณความต้องการใช้บริการของประชาชน เปิดให้มีการจองตั๋วล่วงหน้า 90 วันเพื่อให้ประชาชน มีเวลาวางแผนการเดินทางได้เพิ่มมากขึ้น

และให้ รฟม. รฟฟท. พิจารณาตารางเวลาการให้บริการให้สอดรับกับการเดินทางของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางโดยใช้ระบบสาธารณะเพิ่มสูงขึ้น เช่น การขยายตารางเวลาเดินรถไฟฟ้าให้รองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์

นายอรรถวิท กล่าวว่า บขส. ประสานความร่วมมือ รฟท. ใช้พื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู 2 เป็นจุดขึ้นรถ สำหรับ ผู้โดยสาร รถบขส. ที่จองตั๋วโดยสารล่วงหน้าเส้นทาง เหนือ-อีสาน ทุกมาตรฐาน ตั้งแต่เที่ยวเวลา 18.00 – 22.00 น. ของการเดินทางในวันที่ 9 – 11 เม.ย. 2567

ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่จองตั๋วโดยสารล่วงหน้า ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร มีการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น เก้าอี้พักคอย ไฟส่องสว่าง ติดป้ายประชาสัมพันธ์ ป้ายบอกทางต่าง ๆ รวมทั้ง ได้มีการจัดการจราจร เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน