ลำไย อีกหนึ่งผลไม้เศรษฐกิจของไทยที่ช่วยสร้างรายได้มหาศาลให้กับภาคการเกษตรไทยมีมูลค่าการส่งออกในรูปแบบลำไยสดและแปรรูปเฉลี่ยกว่า 6 แสนตันต่อปี หรือ คิดเป็นมูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามภาพจำของผู้คนส่วนใหญ่ มองว่าแหล่งเพาะปลูกลำไยที่สำคัญของไทยจะอยู่เฉพาะในภาคเหนือ อาทิ ลำพูน เชียงใหม่ เชียงรายเป็นหลัก แต่ความจริงแล้วพื้นที่เพาะปลูกลำไยเพื่อส่งออกลำไยอันดับ 1 ของประเทศไทย คือ “จันทบุรี” โดยจากสถิติปี 2565 มีผลผลิตลำไยสูงถึง 474,172 ตัน จากพื้นที่เก็บเกี่ยว 291,352 ไร่ คิดเป็นอัตราผลผลิตต่อไร่ 1,627.49 กก./ไร่ สูงกว่าอันดับ 2 ลำพูน ที่มีผลผลิตรวม 445,666 ตัน จากพื้นที่เก็บเกี่ยว 346,393 ไร่ คิดเป็นค่าเฉลี่ย 1,102.07 กก./ไร่ และอันดับ 3 เชียงใหม่ มีผลผลิตรวม 381,750 ตัน จากพื้นที่เก็บเกี่ยว 444,767 ไร่ คิดเป็นค่าเฉลี่ย 1,002.02 กก./ไร่
ปัจจัยที่ทำให้จันทบุรีมีผลผลิตลำไยต่อพื้นที่สูงกว่าทางภาคเหนือ เป็นเพราะความต่างของวิถีการทำเกษตรซึ่งมีการเปรียบเปรยว่า ชาวภาคเหนือมีอาชีพทำสวน แต่ชาวจันทบุรีทำสวนเป็นอาชีพ ดังเห็นได้ว่าภาคเหนือแม้มีพื้นที่และจำนวนผู้ปลูกค่อนข้างเยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นสวนขนาดกลาง ขนาดเล็ก ปลูกตามวิถีดั้งเดิมยังไม่ได้มีการจัดระบบในเชิงอุตสาหกรรม การขายก็เน้นขายแบบผลร่วง หรือ ลำไยอบแห้ง

ต่างจากจันทบุรีที่เน้นปลูกเชิงอุตสาหกรรม มีการจัดระบบสวน บริหารจัดการน้ำ คำนวณการให้ปุ๋ย ให้ยาที่ถูกจังหวะ บวกกับสภาพพื้นที่โดยเฉพาะในเขตอำเภอสอยดาวและโป่งน้ำร้อนที่เป็นพื้นที่ลาดเอียงเชิงเขา มีลมโกรก เวลาฝนตกน้ำไม่ขัง เพราะลำไยไม่ชอบน้ำขังแต่ขาดน้ำไม่ได้ ทำให้คุณภาพผลผลิตเหมาะกับส่งออกในรูปแบบลำไยสดมากกว่า
ดังนั้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวสวนลำไยไทยให้มีการเติบโตที่ยั่งยืน บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด ผู้ส่งออกผลไม้สดเกรดพรีเมี่ยมสัญชาติไทย อาทิ ทุเรียน ลำไย มังคุด มะพร้าว จึงจัดทำโครงการสนับสนุนตัวแทนกลุ่มชาวสวนลำไยภาคเหนือ ลงพื้นที่ดูงานสวนลำไยต้นแบบในจันทบุรีที่มีผลผลิตตามคุณภาพมาตรฐานการส่งออก (Global GAP) เพื่อนำองค์ความรู้ แนวทางปฏิบัติไปยกระดับคุณภาพสวนลำไยของตนเองเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น

นายณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด กล่าวว่า จากที่เราอยู่ในธุรกิจส่งออกลำไยมานาน มีโรงงานลำไยสดทั้งที่เชียงใหม่และจันทบุรี ทำให้ทราบว่าชาวสวนลำไยโดยเฉพาะทางภาคเหนือ ยังขาดความเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์การเกษตร การทำ R&D การบริหารจัดการคุณภาพในสวนที่ได้มาตรฐาน รวมถึงความสำคัญของวินัยการเงิน จึงมีแนวคิดที่จะพาชาวสวนลำไยภาคเหนือไปดูงานที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ให้เห็นวิถีการทำเกษตรเชิงอุตสาหกรรม ว่ามีกระบวนการขั้นตอนแบบใดเพื่อจะทำให้ได้ผลผลิตตามคุณภาพการส่งออก (Global GAP) รวมถึงเรียนรู้วิธีการเก็บเกี่ยวลำไยให้ได้ราคาดี ซึ่งการดูงานนี้ทางบริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด

กลุ่มแรกที่แพลททินัม ฟรุ๊ต พาลงพื้นที่ดูงาน คือ ชาวสวนลำไย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน หลังพูดคุยแลกเปลี่ยนกันพบว่า ชาวสวนลำพูน มักเจอปัญหาขายลำไยในฤดูไม่ได้ราคา ถ้าทำลำไยนอกฤดูก็มีต้นทุนสูง เมื่อหารือลึกลงไปพบประเด็นน่าสนใจว่า แม้ทางจันทบุรีทำสวนลำไยนอกฤดูเหมือนกัน แต่ทำไมทำต้นทุนได้ถูกกว่า จึงคาดว่าความต่างของต้นทุน หรือ ผลผลิต น่าจะมาจากคุณภาพดิน การให้ปุ๋ย ให้ยา แต่ละสวนก็จะมีปัญหาแตกต่างกัน และอีกประเด็นสำคัญคือการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพราะที่ผ่านมาหลายรายมักผูกรวมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกับส่วนที่ใช้ทำสวนลำไยรวมเป็นก้อนเดียว ทำให้ไม่เห็นตัวเลขต้นทุนกำไรที่ได้มาจริง

หลังจบการดูงานที่จันทบุรีก็สานต่อด้วยกระบวนการต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ คัดเลือกชาวสวนจากอำเภอลี้ ที่ต้องการเพิ่มคุณภาพผลผลิตลำไยตามโปรแกรมที่ แพลททินัม ฟรุ๊ต ออกแบบร่วมกับนักวิชาการเกษตร คือให้เลือกทดลองพัฒนาตามความสมัครใจ ระหว่าง 1.ปลูกลำไยในฤดู และ 2.ปลูกลำไยนอกฤดู โดยชาวสวนแต่ละรายต้องแบ่งพื้นที่ 5 ไร่มาทำแปลงทดลองเพาะปลูกตามโปรแกรมที่กำหนด โดย แพลททินัม ฟรุ๊ต สนับสนุนองค์ความรู้ในการเพาะปลูก การพัฒนาและบริหารจัดการสวน รวมถึงมีทีม R&D ช่วยดูแลให้คำปรึกษาแนะนำการพัฒนาที่เหมาะสมกับสวนแต่ละแห่งอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพลำไยให้เป็นเกรดส่งออก มีกำไรดีเหมือนกับที่ทางจันทบุรีทำได้
ปัจจุบัน แพลททินัม ฟรุ๊ต อยู่ระหว่างเตรียมนำโมเดลนี้ไปใช้ร่วมกับชาวสวนลำไยจากอำเภอจอมทอง เชียงใหม่ และอาจขยายสู่กลุ่มชาวสวนลำไยอื่นๆ ของภาคเหนือเพิ่มเติมในอนาคต นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีนโยบายที่จะช่วยสนับสนุนให้คำปรึกษาแก่ชาวสวนเรื่องการทำสวนลำไยให้ได้ตามมาตรฐาน GAP โดยประโยชน์ของโครงการนี้ นอกจากชาวสวนจะมีผลผลิตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ผู้ส่งออกก็จะได้สินค้าที่มีคุณภาพส่งไปสู่ผู้บริโภคปลายทาง และท้ายสุดจะวนกลับมาสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลำไยไทยในระยะยาว

โครงการนี้ถือเป็นการนำจุดเด่น แพลททินัม ฟรุ๊ต คือ การรู้ธรรมชาติผลิตภัณฑ์ เข้าใจทุกกระบวนการตลอดซัพพลายเชนของการส่งออกผลไม้ รู้ว่าสวนผลไม้ต้องมีอะไร ตลาดผู้ซื้อปลายทางต้องการอะไร มาถ่ายทอด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับชาวสวน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ เข้าไปช่วยทำ R&D พัฒนาคุณภาพผลผลิตร่วมกับเจ้าของสวนมาตลอดกว่า 10 ปี โดยเริ่มจากทุเรียนและต่อยอดมาสู่ลำไย ซึ่งเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่เชี่ยวชาญและปัจจุบันถือเป็นผู้ส่งออกลำไยรายใหญ่ในตลาดจีน อินโดนีเซีย และอินเดีย
“ทั้งหมดนี้เป็นไปตามแนวทางธุรกิจของแพลททินัม ฟรุ๊ต คือ เราจะไม่ทำหน้าที่เพียงแค่ “ซื้อมาขายไป” แบบพ่อค้าคนกลาง แต่เราต้องการที่จะเป็นเพื่อน เป็นคู่ค้า เป็นพันธมิตรที่ชาวสวนลำไยสามารถพึ่งพาและไว้เนื้อเชื่อใจได้ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพผลผลิตของเกษตรกรให้เติบโตงอกงามไปด้วยกัน ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่เราตั้งไว้” นายณธกฤษ กล่าวเสริม