สุรพงษ์ กองจันทึก นักสิทธิมนุษยชน เรียกร้องยุติใช้แรงงานเด็ก ให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษา ในวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กสากล
วันที่ 12 มิ.ย.2567 นายสุรพงษ์ กองจันทึก นักสิทธิมนุษยชน เรียกร้องเนื่องในวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กสากล ให้ประเทศไทยปราศจากการใช้แรงงานเด็กและให้เด็กทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าสู่สถานศึกษา ซึ่งเป็นการได้รับการศึกษาขั้นต่ำคือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
วันที่ 12 มิถุนายนของทุกปี องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กำหนดให้เป็น “วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กสากล (World Day Against Child Labour)” เพื่อรณรงค์ให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความเลวร้ายของสถานการณ์การใช้แรงงานเด็ก และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กให้หมดสิ้นไป
ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเป็นภาคีในอนุสัญญาฯ ILO ฉบับที่ 182 ว่าด้วยการห้ามและให้ดำเนินการโดยทันที เพื่อขจัดรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก ค.ศ.1999 ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2544
และประเทศไทย ร่วมลงนามรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 (2030 Agenda for Sustainable Development) ในการประชุมสามัญสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 70 โดยมีเป้าหมาย SDGs ที่ 8.7 ในการยุติการใช้แรงงานเด็กทุกรูปแบบ ภายในปี 2025
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ออกมานำรณรงค์ชูฝ่ามือขวาเป็นแคมเปญต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการใช้แรงงานเด็กและร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้ายุติการใช้แรงงานเด็กทุกรูปแบบ ภายในปี 2025
นายสุรพงษ์เปิดเผยว่า ขณะที่กระทรวงแรงงานออกมารณรงค์เพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบให้หมดสิ้นภายในปีหน้านี้ กลับปรากฏว่ามีกระทรวงแรงงานเองออกกฎหมายให้มีการใช้แรงงานเด็กอายุ 15-18 ปีได้อย่างถูกต้องในกฎหมายของกระทรวงแรงงานเอง
อาทิ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 44 “ห้ามมิให้นายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง” อันเป็นการให้เด็กอายุ 15-18 ปี สามารถทำงานเป็นลูกจ้างได้
รวมถึงกฎกระทรวงแรงงาน เพื่อคุ้มครองผู้ใช้แรงงานตามบ้าน ก็ระบุว่า กรณีลูกจ้างเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้กับเด็กโดยตรง ในส่วนแรงงานต่างด้าวก็ยังอนุญาตให้มีการจ้างแรงงานเด็กที่อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปในงานที่ไม่เป็นอันตรายได้
นายสุรพงษ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาแรงงานเด็กที่ดีที่สุด คือการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาในสถานศึกษา รัฐได้ตระหนักเรื่องนี้อย่างดี จึงมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 28/2559 ให้จัดการศึกษา 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย การศึกษา 15 ปี นับตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 ปี ชั้นประถมศึกษา 6 ปี และมัธยมศึกษาอีก 6 ปี
ซึ่งเด็กอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยทั่วไปจะมีอายุน้อยกว่า 18 ปี อันเป็นการบังคับให้เด็กทุกคนในประเทศไทยต้องได้รับการพัฒนาผ่านระบบการศึกษาอยู่ในโรงเรียน
นอกจากให้เรียนแล้ว ยังช่วยเหลือในด้านการไม่เก็บค่าใช้จ่าย โดยให้เด็กนักเรียนทุกคนได้รับการสนับสนุน ค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
นอกจากนี้ยังมีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ที่ให้เด็กทุกคนในประเทศไทยเข้าเรียนได้โดยไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสารแสดงตน สัญชาติ พื้นที่การศึกษา และระดับการศึกษา นั่นคือให้เด็กทุกคนสามารถเรียนได้ถึงระดับสูงสุดคือปริญญาเอก และมีการออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการเป็นกฎหมายมารองรับมติครม.นี้
นายสุรพงษ์กล่าวว่า แม้จะมีนโยบายและกฎหมายให้เด็กทุกคนเข้าสู่ระบบการศึกษาในโรงเรียน แต่จากข้อมูลการศึกษาของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า ในปีการศึกษา 2566 มีเด็กอายุ 3-18 ปี ที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษา 15 ปี คือชั้นอนุบาลที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยเข้าไม่ถึงหรือหลุดออกจากระบบการศึกษาถึง 1,025,514 คน
ทำให้รัฐบาลต้องกำหนดมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) โดยมีเป้าหมายบรรลุผล 1,000,000 คน ภายในปีงบประมาณ 2570
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ดียังพบกฎหมายและการปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการบางส่วนที่ขัดแย้งหรือไม่เอื้อต่อการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษา อาทิ กระทรวงศึกษาธิการจัดเงินสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนให้เฉพาะเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยไม่สนับสนุนอาหารกลางวันกับเด็กชั้นมัธยมศึกษา
สำนักงานการศึกษาเอกชน (สช.)ออกระเบียบไม่จัดเงินอุดหนุนช่วยเหลือทางการศึกษาให้กับเด็กที่ไม่มีเอกสารแสดงตน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้มีหนังสือแจ้งว่าการจัดการศึกษา ผู้เรียนต้องมีสัญชาติไทย ทำให้ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยไม่สามารถเข้าเรียนโดยครอบครัวหรือโฮมสคูล
ทั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ได้ออกประกาศให้โรงเรียนในสังกัดไม่รับเด็กที่เป็นผู้หนีภัยจากการสู้รบ เด็กที่เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง และเด็กที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศเดินทางไปกลับบริเวณชายแดน
เมื่อกลไกในระบบการศึกษาไม่รับและไม่เอื้อต่อการเข้าสู่ระบบการศึกษาของเด็กทุกคน เด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาก็จะกลายเป็นเด็กที่เข้าระบบแรงงานเป็นแรงงานเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูการเป็นแรงงานเด็กตามกฎหมายก็ยังเปิดรองรับเด็กเหล่านี้
นายสุรพงษ์เสนอว่า เพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยในปี 2025 กระทรวงแรงงานต้องปิดประตูการเข้าสู่แรงงานเด็กอย่างจริงจัง โดยการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ไม่อนุญาตให้มีการใช้แรงงานเด็ก คือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมาได้
ขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการต้องเปิดประตูทุกบานรองรับเด็กทุกคนให้เข้าถึงระบบการศึกษา ตามหลัก Education for all โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ