เมื่อวันที่ 14 มี.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีมีการระบุถึงสาเหตุที่ดีเอสไอไม่รับคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.2557 เป็นคดีพิเศษ เพราะน.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของนายพอละจี ซึ่งเป็นผู้ร้องไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามระเบียบข้อบังคับตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ เนื่องจากไม่ได้เป็นภรรยาที่จดทะเบียน ว่า กรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับที่ดีเอสไอจะรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษหรือไม่ เพราะผู้ร้องจะเป็นใครก็ได้ ทั้งญาติ ครอบครัว หรือผู้เกี่ยวข้อง ก็สามารถเป็นผู้ร้องเรียนได้

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวของนายพอละจีนั้น ที่ผ่านมา หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากน.ส.พิณนภา ดีเอสไอได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐาน กระทั่งมีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (คกพ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยตำแหน่งมาแล้ว แต่ที่ประชุมมีมติให้พนักงานสอบสวนกองคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กลับมาสืบสอนสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม และให้ประสานขอข้อมูลกับทางสำนักงานป้องกันและปราปบรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เนื่องจากทราบว่า น.ส.พิณนภา ได้เดินทางไปร้องขอให้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับคดีการหายตัวไปของนายพอละจี

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ดังนั้น พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะต้องสอบถามและขอข้อมูลไปยัง ป.ป.ท. ว่าเป็นผู้ทำคดีดังกล่าวทั้งหมดหรือไม่ หรือทำเฉพาะส่วนที่น.ส.พิณนภาไปร้องเท่านั้น อีกทั้ง จะได้นำข้อมูลที่ได้มารวบรวม ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคกพ.อีกครั้งว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ต่อไป

ด้าน น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาบิลลี่ ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า ยังไม่รู้เหมือนกันว่ายังไงกันแน่สำหรับเรื่องที่ดีเอสไอจะรับหรือไม่รับ คดีของพี่บิลลี่ ก่อนหน้านี้ก็เข้ามาสอบสวน และเก็บข้อมูลมาหลายครั้งแล้ว อย่างครั้งล่าสุดก็มาเก็บข้อมูลที่แม่พี่บิลลี่ แต่ยังไม่รู้ว่าเหลืออะไรอีก ถึงไม่สามารถรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษได้ เพราะเวลาก็ผ่านมานานแล้ว ในวันที่ 17 เม.ย.61 ที่จะถึงนี้ ก็จะครบ 4 ปีที่พี่บิลลี่หายไปแล้ว ทั้งนี้ตนจะเขียนจดหมายไปถามดีเอสไอว่าครั้งล่าสุดที่มาเก็บข้อมูลจากแม่พี่บิลลี่ ผลเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเรื่องเงียบหายไปเลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน