ทส. จัดวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ขับเคลื่อน-ยกระดับด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ห้องบีซีซี ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม และปาฐกถาพิเศษ โดยมีนายประเสริฐ ศิรินภาพร เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวรายงาน การจัดกิจกรรมเนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ ประจำปี 2567 ในหัวข้อ “BE PART OF THE PLAN” “ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแผน: สร้างความเป็นหุ้นส่วน สร้างความร่วมมือ มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน”

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรฯ จัดกิจกรรมเนื่องในวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ให้ความสำคัญกับ การขับเคลื่อนและยกระดับงานด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฟันเฟืองสำคัญของภูมิภาคในการขับเคลื่อนเป้าหมายของกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลกที่กำหนดไว้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผ่านนโยบาย กิจกรรมของแต่ละภาคส่วนหรือภาคีเครือข่าย ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างและผลักดันกิจกรรมด้าน Nature Positive
รวมถึง การสร้างความเข้มแข็งของหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และองค์กรความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศด้วย กิจกรรมในปีนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจและติดตาม เช่น ความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนเป้าหมายการอนุรักษ์ 30X30 ด้วยการส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง หรือ Other Effective area-based Conservation Measures: OECMs) การใช้เทคโนโลยีจากธรรมชาติ (Nature-based Solution) เพื่อจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการเสวนาอภิปราย นิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา องค์กรเครือข่าย

ปัจจุบัน กระทรวงทรัพยากรฯ อยู่ระหว่างการจัดเตรียม (ร่าง) พระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ. …. รวมถึงแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย รวมถึงกลไกการทำงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการทำงานในประเทศที่มีการนำเสนอ ในระหว่างการจัดกิจกรรมโดยภาคส่วนต่าง ๆ จะได้นำมาใช้เป็นกรอบในการพิจารณามาตรการกลไกที่เหมาะสมด้วย ในขณะเดียวกันจะได้มีการเผยแพร่สิ่งที่ประเทศไทยได้ริเริ่มและดำเนินการเป็นผลสำเร็จแล้วสู่เวทีการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาฯ สมัยที่ 16 ในช่วงปลายปีนี้ ต่อไป