“วราวุธ” นำ ผู้บริหารกระทรวง พบหารือ “จุฬาราชมนตรี” ขับเคลื่อนงานภารกิจ พม. นโยบาย 5X5 ฝ่าวิกฤตประชากร แก้ปัญหากลุ่มเปราะบาง

วันที่ 11 ส.ค. 2567 ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ เขตหนองจอก กทม. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วย นายนิกร จำนง ประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนนโยบายรมว.พม. นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงพม. และคณะผู้บริหาร

เข้าเยี่ยมคารวะ นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อขอรับคำแนะนำปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทภารกิจระหว่างกระทรวง พม. คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และประจำจังหวัดต่างๆ 40 จังหวัด รวมถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน

นายวราวุธ กล่าวแสดงความยินดีในพิธีเปิดงานเบิกฟ้า ทรัสต์ ชาแนล 2567 (Trust Channel Sky Opening) ซึ่งเป็นสื่อโซเชียลมีเดีย ภายใต้ชื่อ ทรัสต์ แชนแนล (TRUST Channel) เป็นสื่อกลางระหว่างคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานครกับประชาคมผู้นับถือศาสนาอิสลามและประชาชนทั่วไป โดยใช้ชื่อรายการ TRUST RAMADAN ซึ่งจะออกอากาศตลอดทั้งเดือนรอมฎอน ประจำปี 2568

โดยมีนายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็นประธานเปิดงาน อีกทั้งได้มอบเกียรติบัตรแด่ผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน และหน่วยงาน องค์กรที่จัดสถานที่ละหมาด เพื่อปฏิบัติศาสนกิจสำหรับประชาชนผู้นับถือศาสนาอิสลาม พร้อมเยี่ยมชมการแสดงกิจกรรมของเยาวชน และการประกวดโพกผ้าชาราบั่น

นายวราวุธ กล่าวว่า ตนพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพม. ได้พบปะพูดคุยเพื่อขอรับคำแนะนำ ปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทภารกิจของกระทรวงพม. ในการขับเคลื่อน นโยบาย 5X5 ฝ่าวิกฤตประชากร เพื่อพัฒนาศักยภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้มีคุณภาพเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เช่น การพัฒนาศักยภาพของครอบครัวเข้มแข็ง ด้วยการส่งเสริมบทบาทของหญิง-ชาย สามี-ภรรยา และพ่อ-แม่ การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน และการเสริมพลังผู้สูงอายุและคนพิการ

ในขณะที่บทบาทภารกิจของคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานครและประจำจังหวัดต่างๆ 40 จังหวัด มีส่วนในการสนับสนุนงานของกระทรวงพม. ด้านการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการสร้างสังคมดี คนมีคุณภาพ เช่น การสร้างการรับรู้ การตระหนักรู้ในบทบาทของครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ด้วยกลไกของผู้นำศาสนา (คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด)

ภายใต้กลไกการทำงานของคณะอนุกรรมการสตรี เด็ก และเยาวชน และผู้สูงอายุ ประจำมัสยิด จำนวนกว่า 80 มัสยิดในพื้นที่เขต กทม. ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสตรี และครอบครัวในชุมชน เช่น การฝึกอาชีพ การชี้เป้าเฝ้าระวังปัญหาในชุมชน

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับกระทรวง พม. มีส่วนในการสนับสนุนงานของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (กอจ.) ในเรื่องการส่งเสริมให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดต่างๆ 40 จังหวัด จดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ในขณะที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ให้การสนับหนุนงบประมาณ (เงินอุดหนุน) แก่คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน สำหรับการส่งเสริมการจัดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มสตรีประจำมัสยิด รวมถึงพัฒนากลไกความร่วมมือและการประสานงานของกลุ่มสตรี

อีกทั้งสนับสนุนงบประมาณในการจ้างเจ้าหน้าที่ จำนวน 1 อัตรา ประจำศูนย์บริการให้คำปรึกษาเสริมพลังสตรี ในสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ปี 2564 – ปัจจุบัน สำหรับการให้คำแนะนำปรึกษาที่เกี่ยวกับสิทธิสตรีตามกฎหมายอิสลามและกฎหมายไทย ประสานส่งต่อหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้เกิดการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิและฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบบัญหา สนับสนุนการทำงานของฝ่ายไกล่เกลี่ย มรดกและครอบครัว ตลอดจนมีการจัดเก็บข้อมูลผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวของจังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2568 กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มีแผนให้การสนับสนุนงบประมาณในการจ้างเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมอีก 1 อัตรา ประจำศูนย์บริการให้คำปรึกษาเสริมพลังสตรี ในสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้สนับสนุนงบประมาณในการจ้างเจ้าหน้าที่ จำนวน 1 อัตรา ประจำศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนใต้ (ศป.ดส.) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 – ปัจจุบัน สำหรับเป็นศูนย์กลางการประสานงานและรับข้อร้องเรียน และแก้ไขปัญหาเด็กและสตรีที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

รวมถึงเป็นกลไกประสานงานในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคประชาสังคม เช่น การส่งเสริมบทบาทสตรีในระดับหมู่บ้าน เพื่อเป็นครือข่ายในการดูแลเด็กและสตรีกลุ่มเปราะบาง เป็นต้น

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวง พม. พร้อมให้การสนับสนุนในทุกกิจกรรมของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด โดยยึดตามหลักศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอุดลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซึ่งเป็นหลักการทรงงานของพระองค์ท่านตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ที่พสกนิกรชาวไทยได้เห็นและได้รับประโยชน์จนถึงปัจจุบัน และกำลังต่อยอดขยายผลต่อไปในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน