29 ส.ค. 67 – พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง ศรชล. (สำนักนายกรัฐมนตรี) และหน่วยยามฝั่งเวียดนาม (VCG) โดยมีกลไกในการร่วมมือ ดังนี้
1.ด้านการบังคับใช้กฎหมายทางทะเลในระดับภูมิภาค
2.ด้านการป้องกันการลักลอบขนสินค้าและการหลบหนีเข้าเมือง
3.ด้านการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย
4.ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล
5.ด้านความปลอดภัยในการค้นหาและช่วนเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล
โดย MOU ดังกล่าวจะเป็นกลไกที่สำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายทางทะเลที่ครอบคลุมในประเด็นการรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ และเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลอย่างยั่งยืนทั้งสองประเทศ และเป็นโอกาสอันดีที่ ศรชล. จะสามารถให้การสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยยามฝั่งเวียดนามในการช่วยแก้ปัญหาเรือประมงเวียดนามที่ปัจจุบันยังมีการทำประมงรุกล้ำน่านน้ำไทย อันจะเป็นการช่วยปกป้อง ดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้กับประเทศชาติ ประชาชน และชาวประมงไทยได้อย่างยั่งยืน เป็นตามกรอบความร่วมมือที่ระบุใน MOU รวมทั้งภายหลังจากที่ได้มีการลงนาม MOU แล้ว จะจัดให้มีการลาดตระเวนร่วม การประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสาร การเยี่ยมเยือนเมืองท่า ที่ทั้งสองฝ่ายสามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งจะทำให้การดำเนินการตาม MOU ฉบับนี้ เป็นรูปธรรม และเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและเวียดนาม
ทั้งนี้ ภายหลังลงนาม MOU ระหว่าง ศรชล. และ หน่วยยามฝั่งเวียดนาม แล้ว ทั้งสองฝ่ายได้จัดให้มีการประชุม Working Group โดยได้ข้อสรุปที่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
1. การสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU fishing ให้กับรัฐบาลเวียดนาม ผ่านการประชุม แบบ Online ในเดือนตุลาคม 2567 โดยหน่วยยามฝั่งเวียดนามยินดีที่จะจัดการประชุมแบบ Online ตามที่ฝ่ายไทยเสนอ
2. การดำเนินการลาดตระเวนร่วม Staff Visit และ Ship Rider
3. ความมือด้านการช่วยเหลือค้นหาอากาศยานและเรือประสบภัยทางทะเล โดยทางฝ่ายเวียดนามยินดีที่จะร่วมดำเนินการ โดยเสนอให้มีการฝึกการป้องกันการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน ซึ่งได้เคยฝึกร่วมกับหน่วยยามฝั่งอินเดียแล้ว
4.การจัดการประชุมสรุปผลการดำเนินการตาม MOU ประจำปี
นอกจากนี้ รอง ผอ.ศรชล. ได้ขอเชิญ ผบ.หน่วยยามฝั่งเวียดนาม เข้าร่วมและสนับสนุนการจัดประชุม ASEAN COAST GUARD FORUM 2025 (ACF 2025) ที่ประเทศไทย ซึ่ง ศรชล. จะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมในห้วงเดือนมิถุนายน 2568
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชาติสมาชิกอาเชียนได้มีการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารทางทะเลและสร้างความร่วมมือจากประเทศสมาชิกด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาคอย่างยั่งยืน