เปิดใจผู้แทน เยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ รุ่น 2 ต่อยอดหลักธรรมทางศาสนา เสริมสร้างความสมานฉันท์ ในสังคมพหุวัฒนธรรม เรียนรู้หลักปฏิบัติวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีแต่ละศาสนา
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (อศน.) กล่าวว่า กรมการศาสนา ให้ความสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และอุปถัมภ์คุ้มครองกิจการด้านศาสนาทุกศาสนา รวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการสร้างความสมานฉันท์และความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนิกทุกศาสนา เพื่อพัฒนาให้เป็นคนดีมีคุณธรรม ดำรงชีวิตตามหลักคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู มีความสมานสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์
ทำให้เยาวชนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางศาสนา โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติและศาสนา โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กรมการศาสนา ร่วมมือกับเครือข่ายทางศาสนา 5 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู และศาสนาซิกข์ รวม 15 องค์การ ได้จัดอบรมผู้นำเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ รุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 23 – 26 เมษายน 2567 ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน)
เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทั้ง 5 ศาสนา ได้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้หลักธรรมคำสอนทางศาสนา วิถีชีวิต วัฒนธรรมของแต่ละศาสนา และเสริมสร้างความสมานฉันท์ในสังคมพหุวัฒนธรรม นำไปสู่การต่อยอดขยายผลของผู้นำเยาวชนแต่ละศาสนา
โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลางทางจิตใจ และยังได้มีการคัดเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการอบรมผู้นำเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ รุ่นที่ 2 เพื่อเป็นแกนนำในการดำเนินการจัดกิจกรรมร่วมกับกรมการศาสนาพร้อมทั้งเป็นการต่อยอดงานด้านศาสนิกสัมพันธ์ด้วย
อธิบดีกรมการศาสนา (อศน.) กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลจากโครงการอบรมผู้นำเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ รุ่นที่ 2 กรมการศาสนาร่วมกับสำนักจุฬาราชมนตรี องค์กรเครือข่ายทางศาสนา 5 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู และศาสนาซิกข์ รวม 15 องค์การ
และคณะกรรมการผู้นำเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ รุ่นที่ 2 จัดโครงการเยาวชนสานศรัทธาสู่วิถีชีวิตและสายใยแห่งการเรียนรู้ ในวันเสาร์ที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ณ ชุมชนย่านกะดีจีน เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนทั้ง 5 ศาสนา ได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมของแต่ละศาสนา การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม และสร้างเยาวชนให้มีภาวะผู้นำ ทั้งคุณธรรมจริยธรรม การพูด และความคิด เพื่อขับเคลื่อนงานด้านศาสนิกสัมพันธ์ให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต
นายวันรายอ ดุลอา ประธานกรรมการผู้นำเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ รุ่นที่ 2 กล่าวว่า โครงการเยาวชนสานศรัทธาสู่วิถีชีวิตและสายใยแห่งการเรียนรู้ เป็นการต่อยอดและพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์
โดยส่งเสริมให้เยาวชนทั้ง 5 ศาสนาที่ได้ผ่านการอบรมผู้นำเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์ รุ่นที่ 2 ได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมของแต่ละศาสนา การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ณ ชุมชนย่านกะดีจีน ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ร่วมกันบนความหลายหลายทางความเชื่อมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน
และเป็นการต่อยอดการทำงานของผู้นำเยาวชนแต่ละศาสนา เสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในเรื่องวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของแต่ละศาสนา และจะนำความรู้จากการจัดโครงการนี้ไปสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคมต่อไป
ด้านนางสาวสิริยากร เย็นทรวง จากโรงเรียนมัธยมสังคีตวิทยา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า รู้สึกประทับใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ เนื่องจากชุมชนย่านกะดีจีน เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร มีความหลากหลายทางวัฒนธรรรม ทำให้ได้เรียนรู้และมีความเข้าใจในความแตกต่างหลากหลายด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมมากขึ้น อีกทั้งยังได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนต่างศาสนาต่างเชื้อชาติ มีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น สร้างความสามัคคีสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม
นายศิวัฒน์ ภู่ประภา จากโรงเรียนอิสลามสมุทรปราการ (มะซออนุสรณ์) จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ได้นำเยาวชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา ต่างโรงเรียน มาศึกษาความรู้ด้านศาสนาและเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในวิถีชีวิตปฏิบัติที่ต่างกัน
โดยผ่านกระบวนการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เข้าถึงศาสนาที่นับถือต่างกัน สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณกรมการศาสนา สำนักจุฬาราชมนตรี พี่เลี้ยง และเครือข่างองค์กรทางศาสนา ที่สนับสนุนและจัดโครงการดีๆ นี้ขึ้น และที่สำคัญคือบุคคลที่อยู่เบื้องหลังงานนี้ ต้องขอขอบคุณพี่ ๆ คณะกรรมการเยาวชนศาสนิกสัมพันธ์รุ่นเก่าที่ทำงานหนักและริเริ่มก่อตั้งโครงการมา
นายอภิสิทธิ์ อิทธิสัน จากโรงเรียนอิสลามสมุทรปราการ (มะซออนุสรณ์) จังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า วันนี้ได้เข้าร่วมโครงการเยาวชนสานศรัทธาสู่วิถีชีวิตและสายใยแห่งการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมรวม 5 ศาสนา ได้ศึกษาเกี่ยวกับศาสนาต่าง ๆ ได้รับทั้งความรู้ ความสนุก และได้เพื่อนต่างศาสนาเพิ่มมากขึ้น และจะนำความรู้หรือสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับจากกิจกรรมนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และบอกต่อให้กับเพื่อน รุ่นน้อง เกี่ยวกับโครงการนี้ด้วย
นางสาวธนาพร มักพิมล จากโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า รู้สึกมีความสุขมากที่ได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่คณะ นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาความหลากหลายทางวัฒนธรรม ณ ชุมชนกดีจีนที่เป็นชุมชนเก่าแก่ดั้งเดิมและยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่น่าค้นหาอีกด้วย
เด็กชายกิตติภพ ศรีคุรุวาฬ จากโรงเรียนนานาชาติโมเดิร์น กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการนี้ ทำให้ได้เจอเพื่อน ได้เรียนรู้เรื่องศาสนา และได้ไปศาสนสถานหลายแห่ง รู้สึกสนุกมากที่ได้ร่วมกิจกรรม ได้ฝึกความกล้าแสดงออก มั่นใจในตัวเองมากขึ้น และจะเป็นตัวกลางในการนำความรู้ที่ได้รับไปบอกต่อเพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการ และเชิญชวนเพื่อน ๆ เข้าร่วมกิจกรรมดี ๆ ต่อไป
เยาวชนทั้ง 5 ศาสนา ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม สามารถมีความเข้าใจในความแตกต่างหลากหลายด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต ก่อให้เกิดความสมานฉันท์ของเยาวชนในชาติ สามารถนำหลักธรรมทางศาสนามาพัฒนาตนให้เป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม
ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้หลักปฏิบัติวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีของแต่ละศาสนา เป็นผู้นำด้านศาสนิกสัมพันธ์และถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้รับไปสู่เยาวชนรุ่นต่อไปได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งร่วมกันต่อยอดขับเคลื่อนงานด้านศาสนิกสัมพันธ์ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติต่อไป












