‘ขยะอาหาร’ (Food Waste) เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ถือเป็นปัญหาสำคัญในระดับโลก เนื่องจากการนำไปฝังกลบทำให้เกิดก๊าซมีเทน หนึ่งในตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อน UN จึงต้องกำหนดให้การลดขยะอาหารเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมกำหนดเป้าลดขยะอาหารในระดับค้าปลีกและบริโภคทั่วโลกลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะอาหารประมาณ 9.7 ล้านตัน หรือ 146 กิโลกรัม/คน/ปี ดังนั้นการวางแผนบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง หากมีการคัดแยกขยะอาหาร แน่นอนว่ามีผลช่วยให้ขยะลดลง สามารถบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดการสร้างมลพิษ เกิดความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘แม็คโคร-โลตัส’ ร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร เดินหน้าโครงการ ‘ไม่เทรวม x เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์’ เพื่อคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และนำกลับมาเปลี่ยนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ร่วมกับทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ครอบคลุม 424 สาขา ของแม็คโครและโลตัส เดินหน้าสู่องค์กรต้นแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมคัดแยกขยะ 100% โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการจัดการลดปริมาณขยะอาหารไปสู่หลุมฝังกลบ
หลังจากมีการทดลองนำร่องใน 9 เขตต้นแบบไปแล้ว ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ได้มีการประกาศขยายโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขต ณ แม็คโคร สาขาลาดพร้าว เขตบางกะปิ โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายวิจารณ์ อินทรกำแหง ผู้อำนวยการส่วนขยะมูลฝอยชุมชน กองจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ, นาย ภานุวัฒน์ อ่อนเทศ ผู้อำนวยการ สำนักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฎิกูล สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และนางสิริกาญจน์ สุยวณิชย์ ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ
นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวถึงเป้าหมายในการขับเคลื่อนการลดขยะอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี ว่า ขยะจะจัดการได้ง่ายขึ้นถ้ามีการแยกระหว่างขยะรีไซเคิลกับขยะอินทรีย์หรือขยะอาหาร โดยแม็คโคร และโลตัส มีการเปลี่ยนกระบวนการภายในเพื่อลดขยะ โดยแต่ละสาขาต้องใส่ใจในการแยกขยะให้ได้ 100%
“การไม่เทรวม เป็นหนึ่งในแนวทางลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ โดยเป้าหมายของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ก็คือ ในปี 2573 จะต้องลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ โดยปัจจุบัน ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ดำเนินการแยกขยะอาหารรวมกว่า 100 ตันต่อวัน พร้อมทั้งนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ต่อชุมชนในหลากหลายวิธี
โครงการไม่เทรวม x เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์ จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการขยะอาหารได้อย่างยั่งยืน จากการทำโครงการนำร่อง 9 เขตใน กทม. พบว่า หากมีการแยกขยะผักผลไม้ ขยะอาหาร เมื่อ กทม.มารับ จะนำไปจัดการได้ง่าย เป็นการแยกตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ปลายทางสามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น”

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานในพิธีเปิดโครงการ ‘ไม่เทรวม x เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์’ กล่าวว่า
“เป็นประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานครที่จริงจังกับการคัดแยกขยะ ความร่วมมือในครั้งนี้ ต้องขอบคุณ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่ร่วมนำร่องในโครงการสำคัญ เนื่องจากขยะเป็นปัญหาใหญ่ของกรุงเทพมหานคร แต่ละวันต้องนำขยะใส่รถบรรทุกหลายร้อยคันไปฝังกลบที่นครปฐม นอกจากสร้างมลพิษบริเวณหลุมฝังกลบแล้ว ในแต่ละปียังต้องใช้เงินเก็บขยะประมาณ 7,000 ล้านบาทซึ่งไม่ควรจะต้องเสีย สำหรับปริมาณขยะใน กทม. มีประมาณวันละ 10,000 ตัน หากมีการคัดแยกขยะอาหารจะช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขยะที่เหลือยังเป็นสิ่งมีค่า เพราะเกือบ 100% สามาถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้”

ในวันนั้น ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้พาไปเยี่ยมชมกระบวนการแยกขยะอาหารที่บริเวณด้านหลังสโตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการขยะที่ครบวงจรและทันสมัย ตั้งแต่ระบบจัดเก็บข้อมูล การสแกนสินค้า การชั่งน้ำหนัก การทำลาย การคัดแยกขยะอาหาร และนำไปวางที่จุดไม่เทรวม เพื่อให้ กทม. มารับแล้วแยกขยะอาหารออกจากขยะทั่วไป พร้อมนำกลับมาเปลี่ยนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน

โครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์” เป็นหนึ่งในโครงการเรือธงด้านความยั่งยืนของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ริเริ่มเมื่อปี 2562 โดยมุ่งลดปริมาณขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปทำปุ๋ยและน้ำหมัก EM สำหรับนำไปใช้ในการเกษตร การเพาะแมลงโปรตีน BSF เพื่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงสัตว์ พร้อมรณรงค์และให้ความรู้กับประชาชนและร้านอาหารในเรื่องของการแยกขยะอาหารออกจากขยะทั่วไป เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ก้าวสู่เป้าหมายในการลดขยะอาหารให้เป็นศูนย์ พร้อมขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน
