ARV และ SKYLLER ชูนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติสัญชาติไทยและการบริการทางอากาศยาน ประเภทต่างๆ ในงาน “Thailand Drone Exhibition and Symposium 2024” มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับของไทย ก้าวสู่ผู้นำระดับอาเซียน
บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี (ARV) ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ และ บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ SKYLLER หนึ่งในบริษัทภายใต้กลุ่ม ARV ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการตรวจสอบสินทรัพย์ด้วยเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ร่วมส่งนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติพร้อมแพลตฟอร์มให้บริการครบวงจร จัดแสดงในงาน “Thailand Drone Exhibition and Symposium 2024” งานแสดงเทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับ และการประชุมนานาชาติ ครั้งแรกของประเทศไทย ที่จัดขึ้น โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

คุณพงส์ โฆสานันท์ หัวหน้ากลุ่มงานธุรกิจ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี (ARV) กล่าวว่า “ที่ผ่านมา เราได้พัฒนาอากาศยานไร้คนขับและแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แบบครบวงจรมาประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุหรือปัญหาการจราจร สภาพของอาคารในระหว่างการก่อสร้าง ความผิดปกติของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันและก๊าซ ไปจนถึงเก็บข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศของพื้นที่การเกษตร ซึ่งเราเชื่อว่าเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างมาก ด้วยความมุ่งมั่นของ ARV และ SKYLLER ในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ เพื่อตอบโจทย์และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับหลากหลายธุรกิจ จึงได้เข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีในงาน “Thailand Drone Exhibition and Symposium 2024” ที่นับเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลากหลายภาคส่วน พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับของประเทศไทยให้เติบโตไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

ภายในพื้นที่จัดแสดง ARV ได้นำเสนอโซลูชันเพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่อุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัย การคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ได้แก่
1. Horrus อากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติ ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจ เฝ้าระวัง และรักษาความปลอดภัยทางอากาศ ที่สามารถปฏิบัติงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 30 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
โดยสามารถกลับสู่สถานีชาร์จเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจครั้งต่อไปได้อย่างอัตโนมัติ รวมถึงการควบคุมการบินได้จากระยะไกลที่รัศมี 7 กิโลเมตรจากสถานีชาร์จ เทคโนโลยีนี้ยังสามารถส่งข้อมูลภาพถ่ายและวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K 30fps ได้แบบเรียลไทม์ ผ่านระบบสื่อสารไร้สาย เพื่อนำไปวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ข้อมูลได้ทันท่วงที
2. ระบบ DeepZoom เป็นแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ภาพถ่ายและวิดีโอที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลภาพ (Computer Vision) เพื่อเฝ้าระวังและวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือภาพจากอากาศยานไร้คนขับโดยสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ Horrus และ DeepZoom สามารถผสานการทำงานร่วมกันโดย HORRUS ทำหน้าที่เก็บภาพถ่ายและวิดีโอทางอากาศ หลังจากนั้นระบบจะส่งภาพไปยังระบบ DeepZoom เพื่อทำการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยกระบวนการนี้จะช่วยในการตรวจจับและประมวลผลข้อมูล เช่น การระบุวัตถุต้องสงสัย ตรวจจับการเคลื่อนไหว หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวัง ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์จะถูกนำมาแสดงบนแดชบอร์ดที่สามารถแสดงผลได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเห็นข้อมูลและผลวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจและจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”
อีกทั้งภายในพื้นที่จัดแสดง ยังมีการนำเสนออากาศยานไร้คนขับแบรนด์ ออเทล โรโบติกส์ (Autel Robotics) หรือ AUTEL ที่ทาง ARV ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจและเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการซึ่งเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์โดรนที่เหมาะกับการใช้งานประเภทส่วนบุคคลในรุ่นต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีโซนจัดแสดงเทคโนโลยีจาก SKYLLER เพื่อนำเสนอโซลูชันทางเทคโนโลยีที่หลากหลายยิ่งขึ้น ได้แก่

1. Skyller Platform แพลตฟอร์มครบวงจรเพื่อการตรวจสอบและจัดการโครงสร้างพื้นฐานหรือสินทรัพย์ พร้อมข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยในการวางเเผนการจัดการสินทรัพย์เชิงรุก
2. Inspection Solution โซลูชันการตรวจสอบและติดตามด้วยเทคโนโลยีโดรน ที่ครอบคลุมสำหรับสินทรัพย์ในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน และสินทรัพย์ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ
3. Mandala Application แอพลิเคชันสำหรับนักบินโดรนแบบครบวงจร เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ครบจบในแอพเดียว ในการลงทะเบียนโดรน วางแผนการบินแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งสามารถเช็คข้อปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัย เรียนรู้เพิ่มสกิลการบังคับโดรน เเละจัดการประกาศนียบัตร
4. Drone delivery service เทคโนโลยีขนส่งสินค้าด้วยโดรน สำหรับเตรียมรองรับการขนส่งในอนาคต เพื่อยกระดับการขนส่งและเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ที่มีข้อจำกัดทางคมนาคม ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นภายในงาน ยังมีเวทีเสวนา ในหัวข้อ A challenging mission to support Thailand’s energy securityโดยมีคุณณภัทร เช่นชาย หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการด้านหุ่นยนต์ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด เป็นตัวแทนจากทางบริษัทฯ อีกด้วย“ความท้าทายของการปฏิบัติหน้าที่นอกชายฝั่ง (offshore) ของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Exploration and Production หรือ E&P) ที่เต็มไปด้วยความท้าทายอย่างมาก
โดยเฉพาะมาตรฐานด้านความปลอดภัย ด้านสภาพแวดล้อมทางอากาศที่มีผลต่อการบินของอากาศยานไร้คนขับ ARV จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI เพื่อช่วยปรับปรุงและยกระดับกระบวนการทำงาน เพิ่มความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติ “HORRUS” และแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่รองรับภารกิจอัตโนมัติและการจัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์”
“ด้วยประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายภาคส่วน เราจึงมั่นใจว่าสามารถสร้างสรรค์โซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมต่างๆได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว” คุณณภัทร กล่าวทิ้งท้าย

สนใจดูรายละเอียด หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://arv.co.th/ เพจเฟซบุ๊ก AI and Robotics Ventures (https://www.facebook.com/arv.th) หรือโทร. 02 078 4000