สปสช. ปลื้ม ’30บาทรักษาทุกที่’ กระแสตอบรับดี ครอบคลุม เข้าถึงง่าย อำนวยความสะดวก ปชช. ปี’68 เตรียมดันเทเลเมดิซีน ขยาย’ตู้ห่วงใย’ เพิ่ม 500 แห่ง กระจายไปทั่วประเทศ
5 ม.ค. 68 – ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “30 บาทรักษาทุกที่ทั่วประเทศ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ที่เริ่มเปิดระยะที่ 4 ใน 31 จังหวัดสุดท้าย ทำให้ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ว่า
สำหรับผลการตอบรับของประชาชนที่เข้าร่วมรับบริการการรักษาในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และได้รับกระแสตอบรับที่ดี
“เนื่องจากโครงการนี้เป็นการบริการที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้ง่าย ช่วยอำนวยความสะดวก ไม่ต้องรอคิว ใช้บัตรประชาชนเข้ารับบริการและไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ไม่จำเป็นต้องไปรอรับบริการเป็นเวลานาน หรือต้องลางานเพื่อไปพบแพทย์ และสามารถรับการรักษาได้ที่หน่วยบริการที่ร่วมกับ สปสช. ที่มีสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ 30 บาทรักษาทุกที่ จะช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล
ซึ่งพบว่า ช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ารับบริการในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ หนาแน่นมาก ถือเป็นการจ่ายเงินชดเชยให้กับหน่วยบริการสูงสุด เพราะขณะนี้มีการดำเนินการทั่วประเทศแล้ว ประกอบกับประชาชนเดินทางช่วงวันหยุดยาว และเข้ารักษาได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิได้ทุกแห่ง นอกเหนือจากการไปรักษาที่หน่วยบริการตามสิทธิ” ทพ.อรรถพร กล่าว
รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อติดขัดหรืออุปสรรคใดสำหรับการดำเนินนโยบายดังกล่าว และยังไม่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ขณะเดียวกัน สปสช. ได้ทำงานร่วมกับสภาวิชาชีพทางการแพทย์ โดยในเดือนมกราคมนี้ แต่ละสภาวิชาชีพ จะนัดหารือกับคลินิกในวิชาชีพนั้นๆ
ตัวอย่างเช่น วันที่ 8 มกราคมนี้ ทันตแพทยสภา จะหารือกับคลินิกที่เข้าร่วมโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ พูดคุยและติดตามเรื่องมาตรฐานการให้บริการกับประชาชน หรือมีสิ่งใดที่ต้องเฝ้าระวังบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากแต่ละสภาวิชาชีพเป็นผู้รู้เกี่ยวกับมาตรฐานทางวิชาชีพมากที่สุด ดังนั้น สปสช. จึงให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ว่าการให้บริการนั้นมีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างแน่นอน
ทพ.อรรถพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการพัฒนาการให้บริการในปี 2568 ตามการขับเคลื่อนนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นั้น จะผลักดันพัฒนาระบบบริการด้วยเทเลเมดิซีน (Telemedicine) ที่จะเข้ามาเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลทางการแพทย์มากขึ้น
และนวัตกรรมบริการการแพทย์ทางไกลเชิงรุกในชุมชน หรือ “ตู้ห่วงใย” ที่ล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้ติดตั้งเพิ่มเติมในพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการสัญจรที่เชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนทั่วประเทศ
โดยปีนี้จะขยายการติดตั้งตู้ห่วงใยอีก 500 แห่งทั่วประเทศ กระจายไปในหลายๆ จังหวัด เพื่อทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการทางการแพทย์ตามนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงได้ง่ายและไม่ต้องเดินทางไกล