กทม.-กรมอุทยานฯ เตรียมทำหมันควบคุมประชากรลิงแสมบางขุนเทียนอีก 100 ตัว เดือนม.ค.นี้ หวังควบคุมประชากรจ๋ออย่างต่อเนื่อง
6 ม.ค. 68 – ที่ศาลาว่าการกทม.นางภัสรา นทีทอง ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าแก้ไขปัญหาลิงแสมในพื้นที่เขตบางขุนเทียนว่า สำนักงานเขตบางขุนเทียน ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้แทนภาคประชาชน
เพื่อแก้ไขปัญหาลิงแสมโดยทำหมัน เพื่อควบคุมประชากรลิงแสมมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้จัดทำประชาคมร่วมกับประชาชนในพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อคิดเห็น เพื่อให้คนและลิงแสมอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
โดยแบ่งขั้นตอนการแก้ปัญหาเป็น 3 ระยะ คือ สั้น กลาง และยาว ดังนี้ ระยะสั้น ได้จัดให้มีสถานที่ให้อาหาร เพื่อลดการก่อกวนประชาชนจากการหาอาหารของลิงแสม รวมทั้ง ได้ประสานความร่วมมือภาคประชาชนและตลาดในพื้นที่จัดโซนนิ่งจุดให้อาหารลิงและสนับสนุนอาหารลิงจำพวกผัก ผลไม้ ที่เหลือจากการค้าขายในแต่ละวัน ตลอดจนเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายจากการถูกลิงทำร้าย สามารถขอรับการเยียวยาได้จากกรมอุทยานฯ หรือสายด่วน 1362 และการรักษาพยาบาล สามารถรักษาได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ หรือตามสิทธิการรักษาของประชาชน
ส่วนใน ระยะกลาง กรมอุทยานฯ ทำหมันควบคุมประชากรลิงและทำประวัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการทำหมันมีลูกลิงเกาะอกแม่ลิงลดน้อยลง จากการ สำรวจจำนวนประชากรลิงในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ผ่านเทคโนโลยีโดรนถ่ายภาพตรวจจับความร้อนร่วมกับการนับจำนวน จากผลการสำรวจ ปัจจุบันลิงแสมในพื้นที่เขตบางขุนเทียน แบ่งที่อยู่อาศัยเป็น 3 จุด หลัก
ประกอบด้วย 1. บริเวณอนุสาวรีย์คุณกะลา มีลิงแสมอาศัยอยู่จำนวน 94 ตัว 2. บริเวณชุมชนเทียนทะเล 22 มีลิงแสมอาศัยอยู่ จำนวน 100 ตัว 3. บริเวณบ้านเอื้ออาทรแสมดำ (ซอยแสมดำ 17) มีลิงแสมอาศัยอยู่ จำนวน 136 ตัว รวมทั้งพื้นที่มีลิงแสมทั้งสิ้น 330 ตัว และได้ดำเนินการควบคุมประชากรลิง (ทำหมัน) โดยใช้งบจากกรมอุทยานฯ เมื่อเดือน ม.ค.67 ไปแล้วจำนวน 122 ตัว และกรมอุทยานฯจะดำเนินการทำหมันลิงอีก 100 ตัวภายในเดือนม.ค.นี้
ส่วนระยะยาว กทม. หารือร่วมกับกระทรวงทรัพยากรฯ เรื่องการกำหนดแผนการจัดโซนนิ่ง (Zoning) ที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อจำกัดขอบเขตการอยู่อาศัย โดยมีแผนที่จะปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ประมาณ 12 ไร่ ซึ่ง กทม. จัดซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2550 ให้เป็นที่อยู่อาศัยและอนุรักษ์ฝูงลิง อย่างไรก็ตาม การจัดโซนนิ่งยังคงต้องคำนึงถึงหลายเรื่อง ทั้งบุคลากร งบประมาณค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ในการดูแล รวมถึงต้องมีการรับฟังความเห็นของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบอีกด้วย