ท่ามกลางกระแสโลกที่ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่กับโซเชียลและออนไลน์ แต่กลับสื่อสารกับรอบข้างโดยเฉพาะคนในครอบครัวน้อยลง เป็นพฤติกรรมที่ยิ่งสะสมไปเรื่อยๆ จะก่อให้เกิดปัญหาทางจิตใจไม่รู้ตัว เช่น ความเหงา โดดเดี่ยว ขาดความเชื่อมโยงทางสังคม ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทั้งระยะสั้นและระยะยาวอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. หยิบประเด็นนี้มานำเสนอเป็นส่วนหนึ่งในงานประชุม Complete Well-being in the Age of AI : The Crucial Role of Spiritual Health and Practical Strategies ความเป็นอยู่ที่ดีอย่างสมบูรณ์ในยุคของ AI บทบาทสำคัญของสุขภาวะทางปัญญา และกลยุทธ์การปฏิบัติ ภายใต้การประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล (PMAC 2025) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอท เซ็นทรัลเวิลด์ความเหงาเทียบเท่าบุหรี่ 15 มวน เหล้า 6 แก้ว

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ขยายความผลเสียของพฤติกรรมดังกล่าว จากงานวิจัย
เรื่องความสัมพันธ์ทางสังคมกับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต เผยแพร่ในวารสาร PLOS Medicine ระบุว่า อันตรายจากความเหงาเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 15 มวนต่อวัน หรือดื่มแอลกอฮอล์วันละ 6 แก้ว

“ภาวะขาดการสัมพันธ์เชื่อมโยง (Lack of Social Connection) ยังจะนำไปสู่การดื่มสุราและสูบบุหรี่จนทำให้ติด
เพิ่มความเสี่ยงต่อโรควิตกกังวล ซึมเศร้า และสมองเสื่อม การเผชิญกับความเหงาและความโดดเดี่ยวของคนเมืองในยุคปัจจุบันจึงกลายมาเป็นหนึ่งในความท้าทายของปัญหาสาธารณสุข จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาแนวทางรับมือและพัฒนางานสุขภาวะทางปัญญาให้สังคม” ผู้จัดการกองทุน สสส. ย้ำถึงการส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญาเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของ สสส. โดยมีการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนากลยุทธ์และนโยบายที่เชื่อมโยงกับงานบริการสาธารณสุขและการพัฒนาสังคม เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ พร้อมให้ความเห็นถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน สามารถนำมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาวะทางปัญญาได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันช่วยตรวจสอบและวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึก

“AI ให้คำปรึกษาเบื้องต้นได้ สามารถพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับบำบัดและดูแลจิตใจในรูปแบบดิจิทัล รวมถึงพัฒนา
ให้เป็นแอปพลิเคชันฝึกสมาธิและเจริญสติ ช่วยสนับสนุนกระบวนการเยียวยาและพัฒนาตนเองในระยะยาว เพียงแต่ยังขาดมิติทางอารมณ์และความเป็นมนุษย์ที่ลึกซึ้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้” นานาทัศนะ ยกระดับสุขภาวะทางปัญญาในการประชุมครั้งนี้ มีองค์กรและภาคีเครือข่ายร่วมแสดงความเห็นมากมาย ประกอบด้วยศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา ภาคีเครือข่ายยุทธศาสตร์สุขภาวะทางปัญญา มหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPF) สถาบันนโยบายสาธารณะ ม.เชียงใหม่ ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา ม.มหิดล คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ดร.เฟรดริก ลินเดนโครนา หัวหน้าฝ่ายร่วมสร้างสรรค์งานวิจัย เป้าหมายการพัฒนาภายใน (IDG) ประเทศสวีเดน กล่าวถึงการพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาและการพัฒนาด้านในกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญ เช่น ความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

“IDG มุ่งเน้นการพัฒนาให้ทักษะการเข้าสังคม และสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าร่วมกัน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างสังคมที่สมดุลและยั่งยืน ตัวอย่างหนึ่งคือ โครงการวิจัยที่พัฒนากลยุทธ์เชื่อมโยงผู้คนผ่านเครือข่ายระดับโลก โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนจากการแข่งขันเป็นความร่วมมือ” เช่นเดียวกับ ดร.กาบอร์ การ์ไซ กรรมการผู้จัดการ Mind and Life Europe ให้ความเห็นถึงการมีสุขภาวะทางปัญญาที่ดีคือปัจจัยสำคัญช่วยให้ผู้คนสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจร่วมกัน พัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมทั้งด้านจิตใจและสังคม
“ในฐานะตัวแทนองค์กรที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงการปฏิบัติสมาธิและจิตวิญญาณ เข้ากับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และปรัชญา จึงเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการกับปัญหาซับซ้อนของโลก สำหรับการนำสุขภาวะทางปัญญากลับคืนสู่ชีวิตครอบครัวและชุมชน ไม่ใช่เพียงตอบสนองความโดดเดี่ยวหรือภาวะซึมเศร้าเท่านั้น แต่ยังสร้างความหวังให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายของยุคสมัย เพื่อให้พวกเขาสามารถปรับตัวและรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมีสติและสมดุล” และ อวยพร เขื่อนแก้ว นักเคลื่อนไหวและผู้ก่อตั้ง ศูนย์ผู้หญิงเพื่อสันติภาพและความเป็นธรรม เชื่อว่า สุขภาวะทางปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมความยุติธรรมทางสังคม และลดความรุนแรงเชิงโครงสร้าง การค้นพบสันติสุขในจิตใจและความเมตตาผ่านการฝึกสมาธิและปฏิบัติธรรม เป็นรากฐานสำคัญ ที่ช่วยให้มีพลังใจต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคม
“สุขภาวะทางปัญญาคือหัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหวทางสังคม ไม่เพียงช่วยให้เราตระหนักถึงความทุกข์และการสูญเสีย แต่จะช่วยสร้างพลังใจในการก้าวไปข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างมีสติและยั่งยืน”