กห. จับมือ กทม. ขับเคลื่อนโครงการคัดเลือกทหาร บรรจุรับราชการ กทม. อุดช่องโหว่อัตรากำลัง ชี้ทหารแข็งแรง มีวินัย เหมาะสมกับงานเผชิญเหตุ คาด เปิดสมัครรอบแรก เมษายนนี้
24 ก.ค. 68 – ที่ห้องสุรศักดิ์มนตรี กระทรวงกลาโหม รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) โครงการ ‘ความร่วมมือคัดเลือกทหารกองประจำการ ทหารกองหนุน และทหารอาสาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญ’ ระหว่างกรุงเทพมหานครกับกระทรวงกลาโหม โดยมี พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร และ พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ
โดย พญ.วันทนีย์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ในวันนี้ เป็นครั้งแรกในการร่วมมือระหว่างข้าราชการทหาร และข้าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนให้ทหารที่ปลดประจำการ ได้เข้ารับราชการกับกรุงเทพฯ ซึ่งมีความขาดแคลนอัตรากำลังในบางสายงาน ซึ่งต้องการผู้ที่มีศักยภาพและมีพละกำลังและมีวินัย เช่น สายงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และงานเทศกิจเป็นต้น ทั้งยังส่งเสริมนโยบายสมัครใจเป็นทหารของกระทรวงกลาโหมที่ช่วยฝึกฝนศักยภาพให้บุคคลผ่านการฝึกทหาร เกิดประโยชน์ทั้งกับกระทรวงกลาโหมและกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังเป็นการย้ำว่า เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด
ด้าน รศ.ทวิดา กล่าวเสริมว่า การคัดเลือกกำลังพลเข้าร่วมโครงการนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะรับจำนวน 241 คน โดยแต่ละเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทย จะคัดกรองบุคลากรที่มีความต้องการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร และมีสมรรถนะทั้งร่างกายและจิตใจที่เหมาะสมต่อตำแหน่งที่เปิดรับ เพื่อมาเข้ารับการทดสอบจากกรุงเทพมหานคร คือสอบตรงจากกองทัพ แล้วมาสอบตรงกับกรุงเทพมหานครต่อ เป็นการสอบทั้งสองฝั่ง คาดว่าจะเริ่มต้นการรับสมัครในเดือน เม.ย. นี้ ซึ่งจะมีทหารปลดประจำการ 1 ผลัด
“ข้อได้เปรียบของการได้ทหารมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงอย่างเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะส่งผลดีหลายประการ เนื่องจากทหารมีความแข็งแรง มีระเบียบวินัย และเข้าใจระบบบัญชาการหน้างานเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน เหมาะสมกับหน้าที่หลักในการเป็นส่วนหน้าเมื่อเผชิญเหตุ และรวมถึงการปฏิบัติงานชุมชนสัมพันธ์ ดูเรื่องความปลอดภัย จุดเสี่ยงของชุมชน และการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุต่าง ๆ ในพื้นที่ด้วย” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าว
นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า การทดสอบเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ กรุงเทพมหานครวางแผนว่าอาจจัดสอบข้อเขียนในกองทัพ หรือมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งมีหลักสูตรป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยคาดว่าจะจัดสอบช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคม และจะประกาศผลในวันที่ 20 มิ.ย. 68 รวมถึงยังวางแนวทาง จัดหลักสูตรทางการศึกษา ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต่อยอดให้บุคลากรเหล่านี้มีคุณวุฒิสูงขึ้น ส่งเสริมให้วิชาชีพด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีความชำนาญมากที่สุด และให้บุคลากรที่คัดเลือกเข้ามามีความต้องการที่จะอยู่กับกรุงเทพมหานครต่อไปในระยะยาวด้วย