“นายกปรเมศวร์” การันตีเที่ยวพัทยาสบายใจ ตั้งนอกเขตแผ่นดินไหว แถมมีแผนดูแล พร้อมชี้ข่าวกลุ่มทุนจีนไชน่า เรลเวย์ เอี่ยวก่อสร้างโมโนเรล เป็นเฟกคนิวส์

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยถึงแนวทางการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว จากกรณีเกิดผลกระทบจากสถานการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมาว่า

ในการเกิดแผ่นดินไหว ได้ส่งผลให้อาคารในพื้นที่เมืองพัทยา รับรู้ถึงการสั่นสะเทือน ซึ่งภายหลังการเกิดเหตุ ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างเร่งด่วนและทันต่อสถานการณ์ เช่น อาคารต่างๆ ในพื้นที่ เมืองพัทยาได้มีการสั่งระงับหยุดการก่อสร้างทุกอาคาร พร้อมประชุมร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี ดำเนินการตรวจสอบอาคาร ซึ่งไม่อาคารทีได้รับผลกระทบ และได้ออกประกาศขอความร่วมมือเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารดำเนินการตรวจสอบความเสียหายและประเมินวิธีการปรับปรุง แก้ไข ซ่อมแชม หรือเสริมกำลังของอาคาร เพื่อให้อาคารมีความปลอดภัย มั่นคง แข็งแรง ต่อการใช้งานตามหลักวิศวกรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายปรเมศวร์ กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ ได้ประชุมร่วมกับสมาคมสมาพันธ์นักธุรกิจท่องเที่ยวชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือสร้างความเชื่อมั่น และมั่นใจนักท่องเที่ยวด้านความมั่นคงปลอดภัยหลังแผ่นดินไหว หนึ่งในมาตรการทีเร่งดำเนินการ คือ การนำเอกสารจากกฎกระทรวงไปแปลเป็นภาษาต่าง ๆ เพื่อนำไปชี้แจงให้กับบริษัทนำเที่ยวที่ต่างประเทศ โดยททท.รับไปดำเนินการที่เกี่ยวกับต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน ไต้หวัน และเวียดนาม ส่วนประเทศรัสเซียและประเทศในแถบยุโรป มีความเข้าใจและมั่นใจว่า เมืองพัทยาไม่ได้รับผลกระทบ อีกทั้งทางสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออกก็จะประสานไปทางสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทนำเที่ยวต่อไป

“ขอยืนยันว่า พัทยาเป็นเมืองที่โชคดี ในเรื่องสภาพภูมิศาสตร์ ที่นี่ไม่มีน้ำท่วมที่เป็นภัยร้ายแรงเหมือนจังหวัดอื่น ๆ และไม่มีภัยพิบัติแผ่นดินไหว ซึ่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ชี้ว่า จังหวัดชลบุรีตั้งอยู่บนพื้นที่นอกความเสี่ยงแผ่นดินไหว ดังนั้น พัทยาจึงยังเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และน่าลงทุน ดังนั้น จึงขอให้มั่นใจต่อความปลอดภัยในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว” นายปรเมศวร์ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีข่าวกลุ่มทุนจีน ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เสนอตัวสร้างรถไฟฟ้ารางเบาโมโนเรลของเมืองพัทยา และมีเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล นายปรเมศวร์ชี้แจงว่า ประเด็นดังกล่าว ขอยืนยันว่า ไม่มีมูลความจริง ถือเป็นเฟคนิวส์ ทั้งนี้ จากที่ได้ดำเนินการตรวจสอบพบว่า ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมเวทีสัมมนารับฟังความคิดเห็น ซึ่งจัดรับฟังทั้งความคิดเห็นของประชาชน และภาคเอกชน ในโครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเมืองพัทยาในรูปแบบรถไฟฟ้า ซึ่งมีการจัดขึ้นในช่วงปี 2563 และไม่มีการเสนอยอดเงินที่จะใช้ก่อสร้าง และการลงนามสัญญาแต่อย่างไร

นายปรเมศวร์ กล่าวอีกว่า ตนขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจว่า โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเมืองพัทยาภายใต้การศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเมืองพัทยา ในรูปแบบรถไฟฟ้ารางเบา (Monorail) ของเมืองพัทยา ได้ดำเนินการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสม ออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และจากนโยบายการผลักดันให้เมืองพัทยาให้เป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก จึงต้องมีการวางแผนขับเคลื่อนการพัฒนาให้สอดคล้องต่อแผนของนโยบายหลักของ EEC โดยเฉพาะระบบโครงข่ายด้านขนส่งสาธารณะในเมืองที่เชื่อมต่อกับระบบหลัก โดยเฉพาะการพัฒนาระบบรถไฟฟ้า ที่สุดท้ายได้เลือกระบบ Monorail ที่จะเป็นโครงสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่สูงกว่าระดับถนนเดิมแล้วแต่การกำหนด

“การก่อสร้างที่มีผลกระทบน้อยเพราะจะมีเพียงพื้นที่ก่อสร้างตอม่อ หรือ Pier ที่กว้างเพียง 1.8 เมตร และได้กำหนดเส้นทางการเดินรถไว้ 3 เส้นทางหลักคือ 1.สายสีแดง ระยะ 8.20 กม.วิ่งจากสถานีรถไฟพัทยา-มอเตอร์เวย์-ถนนพัทยาเหนือ-ถนนสายชายหาด-ท่าเรือบาลีฮาย 2.สายสีเขียว ระยะ 9 กม.วิ่งจากสถานีรถไฟพัทยา-มอร์เตอร์เวย์-ถนนพัทยาเหนือ-ถนนพัทยาสายสอง-แยกทัพพระยา-แหลมบาลีฮายและ และ 3.สายสีม่วง วิ่งจากสถานีรถไฟพัทยา-มอร์เตอร์เวย์-ถนนพัทยาเหนือ-ถนนพัทยาสาย 3-ถนนทัพพระยา-แหลมบาลีฮาย” นายปรเมศวร์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน