นักวิชาการศึกษาฯ ชี้ กระทรวง อว.มาถูกทาง ปรับตัวเข้ายุค AI หนุนงานวิจัยขึ้นห้าง ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและการเปลี่ยนแปลงของโลก

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ดร.ฐกร พฤฒิปูรณี นักวิชาการด้านการศึกษา และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวถึงนโยบายด้านนวัตกรรมและการวิจัยของรัฐบาลท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่า จากการติดตามการทำงานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่นำโดย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ต้องขอชื่นชมว่าเป็นรัฐมนตรีที่หัวทันสมัยและเท่าทันโลกยุค AI เนื่องจากเห็นว่ามีการประกาศนโยบายให้สถาบันอุดมศึกษาเตรียมพร้อมหลักสูตรเพื่อรองรับงานใหม่ๆของนักศึกษาในอนาคตไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี ด้านอวกาศ หรือด้านพลังงานสะอาด และล่าสุดมีการแถลงความสำเร็จของโครงการ “OpenThaiGPT R1” โมเดล AI ภาษาไทยขนาดใหญ่ที่มีความสามารถโดดเด่นด้านการวิเคราะห์และคิดเชิงเหตุผลเทียบชั้นโมเดลระดับโลกอย่าง DeepSeek อีกด้วย

ดร.ฐกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินและตึกถล่ม เรายังได้เห็นการขยับอย่างรวดเร็วของกระทรวง อว.ในการถอดบทเรียนพร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์รับมือแผ่นดินไหว โดยให้หน่วยงานในสังกัดเร่งพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์ม Traffy Fondue อันโด่งดังก็ถือว่าเป็นผลงานของกระทรวง อว.เช่นกัน

“ประการสำคัญที่ทำให้กระทรวง อว.ยุคนี้มีความแตกต่างจากอดีตคือการประกาศว่ากระทรวง อว.เป็นหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจ ที่พร้อมจะนำเอาองค์ความรู้ที่อยู่ในตำราวิชาการเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นรูปธรรม หรือที่บอกว่าจะเปลี่ยนงานวิจัยขึ้นหิ้งมาขึ้นห้าง ตรงนี้ต้องบอกว่าทำได้สำเร็จ และทำให้สังคมได้เห็นว่านักวิจัยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก อย่างการที่คุณหมอศิริราชผลิตกระดูกเบ้าสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ด้วยนวัตกรรมการพิมพ์สามมิติในโรงพยาบาลและใช้ในผู้ป่วยจริงได้สำเร็จ หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาค ก็มีส่วนนำงานวิจัยไปช่วยแก้ปัญหาปากท้องของคนต่างจังหวัดและกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงอย่างเซรั่มน้ำยางพารา ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ภาคอุตสาหกรรมและการแพทย์ได้จำนวนมาก ตรงนี้ต้องยอมรับว่าเป็นกระทรวงที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศและการเปลี่ยนแปลงของโลกในระดับต้นๆ ในบรรดากระทรวงต่างๆของรัฐบาล” ดร.ฐกร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน