สนค.ผนึกพลังหน่วยงานด้านสุขภาพ พร้อมรับสถานการณ์โรคระบาด นำแนวทางไปพัฒนาเชิงนโยบาย ความต้องการและแผนบริหารจัดการกำลังคน

ถึงแม้ว่าประเทศไทย จะก้าวผ่านสถานการณ์ความรุนแรงจากการระบาดของโควิด-19 มาแล้ว แต่ต้องยอมรับว่า อุบัติการณ์ดังกล่าว ทำให้เห็นปัญหาในการบริหารจัดการระบบด้านบุคลากรไม่เพียงพอ โดยเฉพาะ บุคลากรเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อ รวมถึงฝ่ายห้องปฏิบัติการ

สำนักงานพัฒนานโยบายกำลังคนด้านสุขภาพ (สนค.) ภายใต้มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ(มสช.) ร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและองค์การอนามัยโลก จัดประชุมวิชาการ “ก้าวข้ามวิกฤติ : นโยบายควบคุมโรคสู่การปฏิบัติจริง ”

เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ จากหน่วยงานที่ทำงานควบคุมโรคระดับปฏิบัติการ ผู้บริหาร ในหน่วยงานสาธารณสุข ทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อนำแนวทางไปพัฒนาเชิงนโยบาย เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์เกิดโรคระบาดในอนาคต

นพ.โสภณ เอื่ยมศิริถาวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมรับมือในกรณีเกิดการระบาดของโรคว่า สธ.ได้มีการเตรียมพร้อม ทั้งกำลังคน และทักษะ โดยอบรม ฝึกซ้อมระดม ทรัพยากรในกรณีต่างๆ

รวมถึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี การสื่อสาร ให้มีเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน พัฒนาฐานข้อมูลกำลังคน ให้สามารถระดมกำลังคนได้ ในกรณีที่ต้องการเพิ่มเข้ามาในระบบ และให้บริการได้มากขึ้นในขณะที่มีกำลังคนเท่าเดิม

ด้าน ดร.นพ.ฑิณกร โนรี หัวหน้าโครงการ “การวางแผนความต้องการกำลังคนและการบริหารจัดการทีมงานกำลังคนด้านสุขภาพด้านการเฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อในการรองรับสถานการณ์การระบาดโควิค-19” กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19

ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงและรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดแนวคิดในการแก้ปัญหาของบุคลากรแต่ละพื้นที่ รองรับภาวะฉุกเฉินและสามารถจัดการให้มีอัตรากำลังคนเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน พร้อมกับให้การดูแลบริการสุขภาพตามปกติได้ด้วย เช่น ให้บุคลากรทำงานล่วงเวลาเพิ่มขึ้น ดึงกำลังคนจากพื้นที่อื่นที่มีการระบาดน้อยกว่าเข้ามาช่วยงาน มีการจ้างงานเป็นการชั่วคราว

“จัดระบบทำงานเป็นทีม และทำงานทดแทนกัน ทั้งยังขยายขอบเขตงานไปสู่กำลังคนที่ไม่ได้รับการอบรม และมีการระดมกำลังจากภาคชุมชน ได้แก่ อสม. ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีต่างๆ นอกเหนือจากภาคีที่ทำงานด้านสุขภาพ เพื่อเพิ่มกำลังคน และยังสร้างแรงจูงใจด้านค่าตอบแทน การเสี่ยงภัย การทำงานนอกเวลา“ ดร.นพ.ฑิณกร กล่าวเพิ่มเติม

ถึงการประชุมในครั้งนี้ว่าเป็นการเชื่อมโยงงานวิจัยไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ทั้งในกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ เพื่อนำไปวางแผนความต้องการและแผนบริหารจัดการกำลังคนด้านสุขภาพในการควบคุมโรคระบาดของประเทศต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนานโยบายกำลังคนด้านสุขภาพ หรือ สนค. ก่อตั้งขึ้นในปี2551 มีบทบาทสำคัญในการทำงานวิจัย รวมถึงการจัดทำระบบฐานข้อมูล และขับเคลื่อนนโยบายกำลังคนด้านสุขภาพ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทั้งระดับประเทศและระดับพื้นที่อย่างเข้มแข็ง เกิดการกระจายตัวอย่างเท่าเทียม ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน