GISTDA ร่วมมือกับ “โครงการชีวานุรักษ์” นำเทคโนโลยีอวกาศติดตาม ‘นกกาฮัง’ เพื่อติดตามดูความหลากหลายทางชีวภาพ
20 มิ.ย. 68 – ที่อุทยานแจ้ซ้อน จ.ลำปาง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหนาชน) และสวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ภายใต้แผนงาน “โครงการชีวานุรักษ์ พันธะกิจเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ A mission for biodiverdity” เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมของพื้นที่ และทดสอบระบบรับและส่งข้อมูลพิกัด โดยใช้เทคโนโลยีจากระบบดาวเทียมนำร่อง GNSS ก่อนเตรียมติดตั้งที่ตัวนกกาฮังเพื่อฟื้นฟูประชากรนกกาฮังที่สูญหายไปจากป่าภาคเหนือนานกว่า 20 ปี
โดยนกกาฮัง หรือ นกกก นกกะวะ นกอีฮาก มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เป็นนกเงือกขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศอย่างมาก ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวและพฤติกรรมที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันใกล้จะสูญพันธุ์

ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของนักดูนกและผู้สนใจธรรมชาติ มักพบบริเวณป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ จนถึงความสูง 1,600 – 2,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลซึ่งมีต้นไม้สูง ๆ มักอยู่กันเป็นฝูงเล็ก ๆ ฤดูผสมพันธุ์จะอยู่กันเป็นคู่ ๆ เวลาบินเสียงกระพือปีกจะมีเสียงดัง
ดร.ศิริลักษณ์ พฤกษ์ปิติกุล รองผอ.GISTDA กล่าวว่า GISTDA เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา อุปกรณ์ติดตามตัวสัตว์ที่มีน้ำหนักเบาและราคาประหยัด ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและอวกาศ เพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตของนกกาฮัง โดยเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2568 ได้นำแบบจำลองอุปกรณ์มาติดตั้งและทดสอบใช้งานกับนกกาฮังเพศผู้และเพศเมีย 2 ตัว เพื่อประเมินระดับการยอมรับของสัตว์ ก่อนเข้าสู่กระบวนการ soft release หรือการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ อุทยานฯแจ้ซ้อน

โดยกำหนดจะปล่อยนก 1 คู่ ภายในเดือนส.ค. – ก.ย. 2568 ซึ่งนับเป็นนกคู่ที่ 4 ที่เข้าร่วมโครงการทดลองปล่อยในภาคเหนือ จึงเข้ามาศึกษาสภาพแวดล้อม ทดสอบการรับส่งข้อมูลของ GNSS ก่อนจะปล่อยจริง ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นการอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากครั้งสำคัญ ที่ช่วยเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย