15 พันธมิตร ผนึกกำลังลดขยะอาหาร สผ.เปิดสถิติขยะอาหารในไทยเฉลี่ย คนละ 86 กก./ปี ชี้เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข พร้อมเชื่อมโยงอาหารส่วนเกินสู่การแบ่งปันในอนาคต

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทส. เป็นประธานจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 12 ของประเทศไทย (สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน) ในประเด็นการลดขยะอาหาร โดยร่วมกับ 15 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน


ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่เพียงปัญหาระดับชาติ แต่เป็นวิกฤตระดับโลกที่ทุกภาคส่วนต้องตระหนักและร่วมมืออย่างจริงจัง เพราะขยะอาหารส่งผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ การลดขยะอาหารไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วม จึงตั้งเป้าประกาศให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งการเริ่มต้นรณรงค์การลดขยะอาหาร” วางรากฐานการขับเคลื่อนทั้งด้านการสื่อสาร รณรงค์ และนำร่องลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรมในองค์กรที่มีพลังต่อการปลุกกระแส หวังขยายผลสู่วิถีชีวิตของสังคมไทย สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในวงกว้าง พร้อมเชื่อมโยงอาหารส่วนเกินสู่การแบ่งปันในอนาคต


ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน กล่าวว่า ภายใต้เป้าหมายที่ 12 มีเป้าหมายย่อยที่ควรเร่งรัดขับเคลื่อนเพื่อผลักดันสู่เป้าหมายภายในกรอบเวลา 5 ปี โดยเป้าหมายย่อย 12.3 ได้ยกระดับความสำคัญของการลดขยะอาหารให้เป็นวาระระดับโลก โดยให้ลดขยะอาหารในระดับค้าปลีกและผู้บริโภคลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573

“เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในไทย พบว่า ขยะอาหารเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 86 กิโลกรัมต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก และสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งขยะอาหารยังคิดเป็นร้อยละ 38 ของขยะมูลฝอยชุมชนทั้งหมด และร้อยละ 50 ของขยะทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯ ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบในทุกมิติ หากไม่เร่งดำเนินการ ขยะอาหารจะกลายเป็นตัวเร่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น”

เลขาสผ. กล่าวอีกว่า สผ. ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบเป้าหมายภาพรวม เห็นควรส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้เกิดความร่วมมือในระดับนโยบายเชิงรุก โดยอาศัยพลังจากภาคีต่างๆ จึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ โดยมีภาคีร่วมลงนามรวม 15 หน่วยงาน ประกอบด้วย ภาคีองค์กรนำร่องผู้ปฏิบัติ 5 หน่วยงาน ได้แก่ ซีคอน, สยามพิวรรธน์, เซ็นทรัลพัฒนา, เดอะมอลล์ และ Sun Thailand ภาคีองค์กรนำร่องผู้สนับสนุน 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สวทช., SDG Move, TEI, Thai SCP Network และ The Youth Fund และหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ได้แก่ สผ. และ กรมควบคุมมลพิษ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน