สุดทน! ชาวบ้านรวมตัวยื่นหนังสือร้องเรียนสำนักพุทธฯ ร้องตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดดังระนอง จัดการเงินวัดบกพร่องไม่โปร่งใส-สร้างหนี้ เหตุเงินกฐิน สร้างอุโบสถถูกนำไปใช้ชำระหนี้วัด แถมยังแจ้งความจับ เจ้าภาพกฐิน ขีดเส้น 30 วัน เปิดทางตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้านบ้านทุ่งมะพร้าว ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง อย่างรุนแรง หลังมีการเปิดเผยว่า เจ้าอาวาสวัดดังระนอง ได้นำเงินทำบุญจากงานทอดกฐินสามัคคีประจำปี เพื่อระดมทุนสร้างพระอุโบสถ ไปใช้จ่ายไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ทำให้การก่อสร้างอุโบสถไม่มีความคืบหน้ามากกว่า 5 ปี แถมวัดยังมีภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น

เมื่อมีการสอบถามไปยังเจ้าอาวาส ปรากฏว่า เงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้ ชำระหนี้สินของวัด อีกทั้งเจ้าอาวาสยังได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับคณะเจ้าภาพ ที่ได้นำเงินมาทอดกฐินเพื่อสร้างอุโบสถไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรปากจั่น เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 โดยกล่าวหาว่า คณะเจ้าภาพทอดกฐินได้ร่วมกันยักยอกเงินของวัดไป ทั้งที่ได้มีการตกลงกัน และเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ได้ทำหนังสือยินยอมให้เจ้าภาพสามารถเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อรับเงินทำบุญสร้างอุโบสถได้โดยตรง
สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน ที่เชื่อว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเลยต่อเจตนารมณ์ของผู้บริจาค และการบริหารจัดการเงินและทรัพย์สินของวัดไม่โปร่งใส ทำให้วัดเสียหาย จึงรวมตัวกัน ยื่นหนังสือร้องเรียน ไปยังสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดระนอง และ สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดระนอง
ต่อมา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ได้มีการจัดประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พระครูอุปนันทโสภณ รองเจ้าคณะจังหวัดระนอง เป็นประธาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักพุทธศาสนาจังหวัด, เจ้าอาวาสวัดดังระนอง และตัวแทนชาวบ้านเข้าร่วมประชุม พบความบกพร่องในการบริหารจัดการเงินของวัดที่สะสมมาหลายปี
พร้อมชี้ว่า การที่เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ไปดำเนินการแจ้งความในคดีอาญากับคณะเจ้าภาพทอดกฐินดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และสร้างความเสียหายให้กับคณะสงฆ์จังหวัดระนองอย่างมาก
จึงมีมติให้ เจ้าอาวาสวัดดังระนอง ต้องจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดทั้งหมด และ ส่งมอบให้แก่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดระนอง ภายใน 30 วัน เพื่อตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินของวัด
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบยังได้มอบหมายให้เจ้าคณะอำเภอกระบุรี ร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านบ้านทุ่งมะพร้าวตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ร่วมกันพิจารณาและส่งความเห็นเรื่องคุณสมบัติของเจ้าอาวาสวัดเวฬุวันฯ เพื่อเสนอเจ้าคณะจังหวัดระนองพิจารณาลงโทษตามขั้นตอนต่อไป
โดย นายสุวิทย์ จันทร์แจ้ง ตัวแทนชาวบ้าน บ้านทุ่งมะพร้าว ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า “ชาวบ้านรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เพราะศรัทธาที่เราตั้งใจบริจาคเพื่อให้วัดมีพระอุโบสถ กลับหายไปโดยไม่มีการชี้แจงที่โปร่งใส เจ้าอาวาสเป็นคนรู้เห็นอยู่ฝ่ายเดียว และยังมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเรื่องการบริหารเงินของวัดอีกหลายกรณี”
ล่าสุด 26 มิถุนายน 2568 ที่ประชุมร่วมระหว่างเจ้าคณะอำเภอกระบุรี ผู้นำชุมชนและชาวบ้านบ้านทุ่งมะพร้าวได้มีมติร่วมกันแล้วเห็นสมควรให้ เจ้าอาวาสวัดดังระนอง พ้นจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดดังระนองแล้ว และจะได้นำเรื่องเสนอเจ้าคณะจังหวัดระนองตามขั้นตอนต่อไป
โดยชาวบ้านจะยังคงติดตามผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องศรัทธาของประชาชนไม่ให้ถูกบั่นทอน