หากให้กล่าวถึงเครื่องดื่มที่แฝงไปด้วยวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ศาสนาและความศรัทธา มาหนึ่งชนิด หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่า “เบียร์” คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด เพราะเบียร์ไม่ได้มีบทบาทเป็นเพียงแค่ของมึนเมา แต่สิ่งนี้คือ “ประวัติศาสตร์ที่ดื่มได้” และเป็นสิ่งที่ไม่เคยแบ่งแยกชนชั้นหรือความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะไม้เก่าของชาวนา หรือโต๊ะหินอ่อนหน้าอารามของผู้ทรงศีล เบียร์ก็เคยถูกยกขึ้นดื่มโดยไม่มีใครเหนือกว่าใคร
ย้อนวันวานรากเหง้าเบียร์ ผ่านเลนส์ “Beer Expert”
หลายคนอาจไม่รู้ว่าครั้งหนึ่งคนอังกฤษและคนในยุโรปเคยดื่มเบียร์แทนน้ำ ซึ่งไม่เว้นแม้แต่นักบวช เพราะหากย้อนกลับไปในยุคหนึ่งที่น้ำสะอาดยังเป็นของฟุ่มเฟือย เบียร์จึงกลายเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ทั้งให้ความอิ่มท้อง ความปลอดภัย และความหวัง ไม่ว่าจะเป็นขุนนางหรือคนแบกข้าว เบียร์ก็คือเครื่องดื่มที่เป็นทั้งแรงศรัทธา อาหาร และสะพานเชื่อมที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตอย่างเสมอภาค
แล้วทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? เราจึงอยากชวนทุกคนมาหาคำตอบ

เสถียร เสถียรธรรมะ ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงและเบียร์คาราบาว – เบียร์ตะวันแดง
“Beer Expert” หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเบียร์ อย่าง เสถียร เสถียรธรรมะ ผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง และเบียร์คาราบาาว – เบียร์ตะวันแดง ได้เล่าย้อนอดีตถึงต้นกำเนิดของเบียร์ในรายการ “เปิดจักรวาลเบียร์กับพี่เถียร” ว่า อังกฤษถือเป็นต้นกำเนิดของเบียร์ “เอล” (Ale) ซึ่งมีประวัติยาวนานนับพันปี โดยเฉพาะในยุคกลางที่เอลกลายเป็นเครื่องดื่มประจำวัน เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการต้มจึงทำให้ปลอดภัยกว่าน้ำดื่มทั่วไปที่มักสกปรก ดังนั้นเอลจึงถูกผลิตอย่างแพร่หลายในบ้านเรือนและอารามต่างๆ ทั่วอังกฤษ โดยเฉพาะในอารามที่นักบวชมักเป็นผู้ผลิต ทั้งเพื่อบริโภคภายใน ใช้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน หรือแม้แต่แจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ ซึ่งเอลในยุคนั้นถือเป็นอาหารเหลวที่เหมาะแก่การบริโภคเพื่อดำรงชีวิต อีกทั้งกระบวนการต้มยังช่วยให้น้ำสะอาดขึ้น จึงนับเป็นเครื่องดื่มแห่งคุณประโยชน์ สะท้อนทั้งศรัทธา ความเมตตา และภูมิปัญญาของยุคสมัย

ในช่วงแรกเอลมีรสหวานและกลิ่นหอมของมอลต์ เพราะยังไม่ใช้ “ฮอปส์” (Hops) เป็นส่วนผสม จนกระทั่งในศตวรรษที่ 15 วัฒนธรรมการใช้ฮอปส์จากเยอรมนีและเบลเยียมเริ่มแพร่เข้ามาในอังกฤษ ซึ่งฮอปส์มีคุณสมบัติช่วยถนอมเบียร์และเพิ่มความสมดุลระหว่างรสหวานและขม การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างเอลดั้งเดิมกับเอลที่เติมฮอปส์ ซึ่งบางครั้งถูกเรียกว่า “เบียร์” จนอังกฤษได้รับการขนานนามว่าเป็น “ชาติเบียร์” โดยเฉพาะในยุคล่าอาณานิคมที่เบียร์เอลถูกส่งไปยังดินแดนต่างๆ ที่ห่างไกล หนึ่งในวิวัฒนาการครั้งสำคัญคือ “IPA” (India Pale Ale) ซึ่งเป็นเบียร์ที่เติมฮอปส์ลงในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อยืดอายุให้เบียร์อยู่ได้นานยิ่งขึ้นขณะขนส่งบนเรือสินค้าไปยังอินเดีย ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษ จนในที่สุด IPA ก็กลายมาเป็นเบียร์รสขม ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
เบียร์สองยุค ต่างรส แต่เติมเต็มกันและกัน

เมื่อกาลเวลาล่วงเลยมานานนับพันปี ความต่างของรสชาติก็มักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ที่ค่อยๆ กัดกินความเป็นรสชาติดั้งเดิมให้เลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ แต่ไม่ใช่กับเบียร์ IPA และ เอล
เสถียร ได้อธิบายในมุมมองที่ลึกซึ้งว่า หากลองเปรียบเทียบเบียร์เอลกับ IPA ดูแล้ว จะพบว่าเบียร์เอลมีรสนุ่ม เบา และขมน้อย เหมือนเบียร์ของยุคเก่าที่เรียบง่ายแต่จริงใจ ขณะที่ IPA กลับโดดเด่นด้วยรสชาติที่ซับซ้อนและความขมที่ชัดเจน เพราะใช้ฮอปส์หลากหลายสายพันธุ์ในการผลิต ทำให้มีรส กลิ่น และบุคลิกที่แตกต่างกันในแต่ละสูตร ผู้คนจึงยกย่อง IPA ว่าเป็น “Creative Beer” เบียร์แห่งความคิดสร้างสรรค์ แม้เบียร์ทั้งสองแบบนี้จะต่างกัน แต่กลับสะท้อนการเดินทางของเบียร์จากอดีตสู่ปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้มาแทนที่กัน แต่ช่วยเติมเต็มโลกของรสชาติให้กว้างขึ้นและลึกขึ้นในแบบของตัวเอง
จาก Ale ถึง IPA เส้นทางประวัติศาสตร์ สู่รสชาติบนโต๊ะอาหารของแบรนด์ไทย

จากเบียร์เอลรสนุ่มแห่งอังกฤษในยุคล่าอาณานิคม สู่ IPA เบียร์ฮอปส์ หอม ขม และซับซ้อนที่ถือกำเนิดเพื่อการเดินทางไกล ทว่าในวันนี้ IPA ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องราวบนเรือสินค้า หากแต่มาถึงโต๊ะอาหารไทยอย่างสง่างาม และเข้าถึงวัฒนธรรมการกินอย่างลงตัว ภายใต้ “คาราบาว-ตะวันแดง” แบรนด์ไทยผู้ยืนหยัดด้วยหัวใจคนไทย ที่เข้าใจรากเหง้าของเบียร์และรสนิยมของผู้คน ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่ม แต่คือบทสนทนาแห่งกาลเวลา พร้อมชวนติดตามชม “เปิดจักรวาลเบียร์กับพี่เถียร” รายการที่จะพาย้อนรอยประวัติศาสตร์ พร้อมเปิดมุมมองใหม่แห่งโลกของเบียร์ผ่านสายตาของ เสถียร เสถียรธรรมะ ผู้แปรศาสตร์เบียร์ให้เป็นศิลป์แห่งความร่วมสมัย “ตัวจริงเรื่องเบียร์” ของไทย
ติดตามชมรายการเปิดจักรวาลเบียร์กับพี่เถียรได้ที่ https://www.youtube.com/playlist?list=PLd6tVQzdKucCD7Oa-nI8p0P0zm3Ffi4Za