‘กรมน้ำ’ เตรียมจัดงาน “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ” 20 ก.ย. นี้ ที่รร.วัดบางระโหง จ.นนทบุรี หวังรณรงค์-สร้างจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนร่วมรักษ์น้ำ
เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่กรมทรัพยากรน้ำ นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ จัดแถลงข่าวการเตรียมจัดงาน วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยกล่าวว่า “วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง แห่งชาติ ประจำปี 2568” ตรงกับวันที่ 20 กันยายนของทุกปี จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “คืนชีวิตสายน้ำ สร้างสรรค์ชุมชนยั่งยืน” เพื่อร่วมกันเทิดพระเกียรติและแสดงเจตจำนงในการดูแลรักษาแม่น้ำลำคลอง เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

นายธีระชุณ กล่าวว่า ทั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีในการรวมพลังของทุกภาคส่วน รวมทั้ง รณรงค์และเสริมสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน เยาวชน และทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าและความสำคัญของแม่น้ำ คู คลอง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมายาวนาน โดยปีนี้จะจัดกิจกรรมที่โรงเรียนวัดบางระโหง (ภิรมย์ศิริ) จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากบริเวณวัดบางระโหงและคลองอ้อมนนท์เป็นพื้นที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้ง มีความน่าสนใจในหลากหลายมิติ เช่น การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชน โดยมีเครือข่ายอาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสม.) ที่ทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อย่างเข้มแข็ง จึงเป็นพื้นที่สะท้อนอัตลักษณ์ของวิถีชีวิตและสายน้ำอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับกิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจ ประกอบด้วย การเสวนา “คืนชีวิตสายน้ำ สร้างสรรค์ชุมชนยั่งยืน” การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี , นิทรรศการอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลอง , นิทรรศการจากหน่วยงานต่างๆ กิจกรรมจิตอาสา “คืนความใส่ให้สายน้ำ : รวมพลังจิตอาสาเก็บขยะและวัชพืช” ในคลองอ้อมนท์และบริเวณวัดบางระโหง พร้อมร่วมกับปล่อยพันธุ์ปลาและลูกบอลจุลินทรีย์ (Em ball) เพื่อฟื้นฟูสภาพคลองให้กลับมาสะอาดและน้ำไหลเวียนได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายภายใต้หัวข้อ “SNAP FOR CHANGE : แม่น้ำของเรา, โลกของเรา” โดยให้ผู้ที่สนใจส่งภาพถ่ายสะท้อนความงดงาม ความสำคัญ และการอนุรักษ์แม่น้ำ ลำคลอง เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 41,000 บาท โดยการประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทเยาวชน (อายุ 8-18 ปี) และ 2.ประเภทประชาชนทั่วไป (อายุ 19 ปีขึ้นไป) ซึ่งเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2568 และปิดรับผลงานในวันที่ 31 ส.ค. 2568 เวลา 23.00 น.
