ลิณธิภรณ์ เผย 1 เดือนขับเคลื่อนการศึกษาไทย ยกระดับหลักสูตร พัฒนาครู สกร. ผู้เรียนมีงานทำ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ห้องสมุดทันสมัย เท่าทันเทคโนโลยี
น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 และเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ลงนามคำสั่งมอบอำนาจให้หญิงกำกับดูแลหน่วยงานหลัก 4 แห่ง ได้แก่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT) หญิงจึงเริ่มต้นภารกิจด้วยการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของประชาชนไทยให้ทันสมัยและเข้มแข็งมากขึ้น
วิสัยทัศน์ที่ตนใช้เป็นกรอบการทำงาน คือ การทำให้การศึกษาไทยไม่หยุดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่เป็นพลังในการสร้างอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แนวทางหลักที่ขับเคลื่อนในช่วงเริ่มต้นประกอบด้วย การยกระดับหลักสูตรอาชีพให้มีมาตรฐานวิชาชีพและสามารถสร้างรายได้จริง การสร้างระบบสวัสดิการและเกณฑ์วิทยฐานะที่เอื้อต่อครู พร้อมทั้งมาตรการดูแลทั้งครูและผู้เรียนในมิติของขวัญกำลังใจ และการปรับบทบาทห้องสมุดให้เป็น “ห้องสมุดมีชีวิต” ที่เข้าถึงได้และกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกวัย
ผลงานที่เกิดขึ้นในรอบเดือนที่ผ่านมา คือ โครงการ Vocational Education Upskill (Voc-Up) ได้ถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจังและสามารถสร้างตำแหน่งงานใหม่แล้วกว่า 1,880 อัตรา คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 51,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ของผู้เรียน สกร. เชื่อมโยงกับตลาดแรงงานและสามารถสร้างรายได้จริง
ขณะเดียวกัน หญิงได้เตรียมผลักดันให้หลักสูตร Caregiver (ผู้ดูแลผู้สูงอายุ) เพื่อรองรับสังคมสูงวัย ให้ผู้เรียน สกร. มีงานทำ มีรายได้ มีอาชีพ
นอกจากการพัฒนาหลักสูตรแล้ว ยังได้มีการประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนพื้นที่การเรียนรู้ของศูนย์การเรียนรู้ สกร. จำนวน 2,046 แห่งทั่วประเทศ การบูรณาการครั้งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้เรียนทุกพื้นที่จะสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ต่อเนื่องโดยไม่สะดุด
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานี้ หญิงได้ลงพื้นที่ติดตามการทำงานในหลายภูมิภาค รับฟังปัญหาและข้อเสนอจากผู้บริหาร ครู ผู้เรียน และชุมชนท้องถิ่น สะท้อนปัญหาที่แท้จริง เช่น หลักสูตรอาชีพบางแห่งยังไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ห้องสมุดยังขาดการพัฒนาเทคโนโลยี และการเข้าถึงพื้นที่เรียนรู้ยังมีข้อจำกัด การลงพื้นที่ทำให้เห็นชัดเจนว่าบริบทและความต้องการของแต่ละภูมิภาคแตกต่างกัน และข้อมูลเหล่านี้กำลังถูกนำมาประมวลเพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป
ในส่วนของการยกระดับแหล่งเรียนรู้ ได้เริ่มผลักดันแนวทาง “ห้องสมุดมีชีวิต” โดยมีแนวคิดที่จะนำระบบ E-Book เข้ามาใช้มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และปรับเปลี่ยนให้ห้องสมุดประชาชนให้เป็น Co-Learning Space ที่ไม่เพียงแต่ใช้สำหรับอ่านหนังสือ แต่ยังเป็นพื้นที่ฝึกอาชีพ และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันอย่างหลากหลาย
พร้อมกันนี้ ยังมีการหารือเรื่องการสนับสนุนครู โดยการออกแบบระบบสวัสดิการที่มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการวางเกณฑ์วิทยฐานะที่เอื้อต่อครู สกร. เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง ควบคู่ไปกับมาตรการด้านจิตใจ เช่น “เยียวยาใจครู ฟื้นฟูใจเด็ก” เพื่อให้ระบบการเรียนการสอนเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ในระยะถัดไป ตนจะเร่งผลักดันให้หลักสูตร Caregiver เปิดการเรียนการสอนได้จริง ขยายโครงการ Voc-Up ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มเติม ยกระดับห้องสมุดให้เป็น Co-Learning Space ทั่วประเทศ และผลักดันให้การทำงานของหน่วยงานภายใต้กำกับ ทั้ง สทศ. สมศ. และ MWIT สามารถดำเนินงานได้ตรงบทบาท ลดภาระที่ไม่จำเป็น และเชื่อมโยงกับความต้องการของสังคมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
1 เดือนแรกของการทำงานเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า การยกระดับการศึกษาไทยสามารถลงมือทำและสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง หญิงจะเดินหน้าต่อไป เพื่อให้ระบบการเรียนรู้ของไทยเข้าถึงได้ มีคุณภาพ และสร้างโอกาสที่แท้จริงให้กับประชาชนทุกกลุ่ม


