‘กรมน้ำ’ เปิดเวทีสัมมนาถอดบทเรียนการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย ระดมศึกษาความโดดเด่น 5 พื้นที่ชุ่มน้ำ จ่อเสนอในการประชุม COP 16 ปี 2571 ต่อไป

วันที่18 ก.ย. 68 ที่โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ มอบหมายให้ นายเวสารัช โสภณดิเรกรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาถอดบทเรียนการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศไทย ภายใต้โครงการจัดทำรายงาน National Report ของประเทศไทย ตามพันธกรณีของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนา และผ่านระบบการประชุมทางไกล รวม 115 คน


นายเวสารัช กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะหน่วยประสานงานระดับชาติ (Focal point) ของอนุสัญญาแรมซาร์ ดำเนินงานตามพันธกรณีที่ประเทศภาคีจะต้องจัดทำรายงานสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ (National report) เพื่อรายงานสถานภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์ (National Report) ให้สำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาแรมซาร์ ทราบ ในทุกๆ 3 ปี (ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวน 15 แห่ง)

โดยในปี 2568 กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการศึกษาสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำ 5 แห่ง ได้แก่ 1.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (พรุโต๊ะแดง) จ.นราธิวาส 2.กุดทิง จ.บึงกาฬ 3.อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา 4.ดอนหอยหลอด จ.สมุทรสงคราม 5.อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง – ปากแม่น้ำตรัง จ.ตรัง โดยกระบวนการศึกษาใช้เครื่องมือการประเมินที่เป็นมาตรฐานสากล มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงการสร้างองค์ความรู้และความโดดเด่นของพื้นที่เป็นจุดแข็ง

พร้อมระดมศึกษาความโดดเด่นของ 5 พื้นที่ชุ่มน้ำ จ่อเสนอในการประชุม COP 16 ปี 2571 ต่อไป
การสัมมนาในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาสถานภาพพื้นที่ชุ่มน้ำทั้ง 5 แห่ง พร้อมวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำและแนวทางแก้ไข ผ่านการรับฟังความคิดเห็น จากผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคราชการ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ผลจากการสัมมนาจะนำไปสู่การจัดทำ National Report เพื่อเสนอในการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ครั้งที่ 16 (COP16) พ.ศ. 2571 ที่ประเทศปานามา ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน