“ทัพฟ้า” จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ “ผบ.ทอ.“ ด้าน “บิ๊กไก่” ยันใช้ความเข้มแข็ง รอบคอบ และระมัดระวัง ปกป้องชาติ ช่วงสู้รบไทย-กัมพูชา ขณะที่ “บิ๊กคิม” ให้คำมั่นรับช่วงต่อ พัฒนากองทัพอากาศ และรักษาอธิปไตยของชาติ
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568 ที่อุทยานการบิน กองทัพอากาศ หรือโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชเดิม กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) ได้จัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ ซึ่งพล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เกษียณอายุราชการในปีนี้ และจะส่งมอบหน้าที่ให้กับพล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 เป็นต้นไป
โดยพล.อ.อ.พันธ์ภักดี ได้ส่งธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ และแฟ้มเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้แก่ พล.อ.อ.เสกสรรร ผู้เข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ เพื่อแสดงถึงการส่งมอบหน้าที่ และการบังคับบัญชาอย่างเป็นทางการ
พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวว่า ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งได้น้อมนำพระราชดำรัสของของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการดูแลกำลังพล และนโยบายขับเคลื่อนกองทัพอากาศ ภายใต้วิสัยทัศน์กองทัพอากาศที่แข็งแกร่ง และมีประสิทธิภาพ โดยได้มุ่งมั่นพัฒนาในทุกมิติ นอกจากนี้ยังคงยืนหยัดในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติอย่างทันท่วงที และเต็มกำลังความสามารถ รวมถึงเหตุการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา กองทัพอากาศก็ได้ปฏิบัติภารกิจด้วยความเข้มแข็ง รอบคอบ และระมัดระวังเพื่อปกป้องอธิปไตย พร้อมทั้งยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ซึ่งทุกภารกิจของกองทัพอากาศที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติด้วยความเสียสละ และจิตสำนึกในหน้าที่เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน และเกียรติภูมิของชาติ
ด้านพล.อ.อ.เสกสรร ให้คำมั่นจะสืบสาน และดำรงเจตนารมย์ ของพล.อ.อ.พันธ์ภักดี ในการนำกำลังพลร่วมปฎิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เพื่อรักษาเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของกองทัพอากาศ และพัฒนากองทัพอากาศให้ทันสมัยแข็งแกร่งควบคู่กับการพิทักษ์รักษาเอกราชอธิปไตย สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้เกิดกับประชาชน และประเทศชาติสืบไป
ในโอกาสนี้ กองทัพอากาศได้จัดกำลังพลสวนสนามเพื่อเป็นเกียรติ จำนวน 4 กองพัน ประกอบด้วย กองพันที่ 1 จัดกำลังพลจาก กรมนักเรียนนายเรืออากาศ รักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศ
นวมินทกษัตริยาธิราช, กองพันที่ 2 จัดกำลังพลจาก กองนักเรียน โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ, กองพันที่ 3 จัดกำลังพลจาก กรมทหารอากาศโยธิน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน และกองพันที่ 4 จัดกำลังพลจาก กรมทหารต่อสู้อากาศยาน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน
ขณะเดียวกันมีการจัดอากาศยานเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20 ก (GRIPEN) จำนวน 1 เครื่อง จากฝูงบิน 701 กองบิน 7 ของกองทัพอากาศ ทำการบินผ่านพิธี จำนวน 2 ห้วง โดยห้วงแรกทำการบินผ่านในช่วงพิธีส่งธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ และห้วงที่สองทำการบินผ่านในช่วงผู้บัญชาการทหารใหม่ขึ้นแท่นรับการเคารพ โดยในปีนี้ได้งดพิธีสวนสนามทางอากาศ เนื่องจากกองทัพอากาศตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการห้วงอากาศ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชนในห้วงเวลาดังกล่าว จึงได้ประสายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการบิน และการใช้ห้วงอากาศ โดยได้พิจารณาปรับห้วงเวลาการบินให้กระชับ รวดเร็ว และลดผลกระทบต่อเที่ยวบินพาณิชย์ และการเดินทางของประชาชนให้น้อยที่สุด
นอกจากนี้ กองทัพอากาศยังได้จัดพิธีสวนสนามเทิดเกียรติให้แก่ผู้เกษียณอายุราชการตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง นายทหารชั้นสัญญาบัตร นายทหารชั้นประทวน จนถึงลูกจ้างประจำของกองทัพอากาศ ร่วมกับพิธีรับ-ส่ง หน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศในครั้งนี้ เพื่อเป็นการให้เกียรติ ยกย่อง และเชิดชูแก่ข้าราชการทุกท่านที่เกษียณอายุราชการ ที่มุ่งมั่นปฏิบัติราชการเพื่อกองทัพอากาศจนครบวาระอายุราชการ ในปีพุทธศักราช 2568 นี้
สำหรับพล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ คนที่ 31 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 นักเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 33 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้บังคับการ กองบิน 4, ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศ สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารอากาศไทย ประจำกรุงลอนดอน, ผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน, เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ, เสนาธิการทหารอากาศ และผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ สายงานยุทธบริการ แล้วเกษียณอายุราชการในปี 2571