รายการ “ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส” ได้ประกาศการปรับผังและรูปแบบการนำเสนอครั้งสำคัญ โดยได้ขยายเวลาออกอากาศเป็นสองชั่วโมงครึ่งเต็ม และ เลื่อนเวลาเริ่มต้นเป็น 18.00 น. หลังเคารพธงชาติทันที การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อมอบ “เวลาคุณภาพ” ให้ผู้ชมได้ติดตามข่าวสารอย่างเต็มที่ ครอบคลุม และเจาะลึกยิ่งขึ้น

ชวนไปพูดคุยกับ เจษฎา จี้สละ และ วันวิสาข์ ทินวัฒน์ สองผู้ประกาศ จาก “ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส” ที่จะมาฉายภาพการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญการปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งในแง่กระบวนการทำงานและรูปแบบการนำเสนอ

18.00 นาฬิกา เวลาคุณภาพ ชั่วโมงของการดูข่าว

“เวลา 6 โมงเย็นคือเวลาคุณภาพ เพราะเป็นช่วงที่ผู้ชมส่วนใหญ่เลิกเรียนหรือเลิกงานแล้ว พร้อมใช้เวลาอย่างตั้งใจกับการรับชมข่าว และเราก็มีเวลามากขึ้น เราจึงสามารถเสนอข่าวได้ลึกขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น” วันวิสาข์ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

เจษฎาและวันวิสาข์ สองคนข่าวผู้คร่ำหวอดในวงการข่าวมามากกว่า 10 ปี ผ่านประสบการณ์การรายงานเหตุการณ์สำคัญทั้งในและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่ต่างเข้าใจจังหวะของการเล่าเรื่องข่าว และความคาดหวังของผู้ชม ในสไตล์ของข่าวไทยพีบีเอสเป็นอย่างดี “บางคนเรียกข่าวค่ำว่า ข่าวขยี้ แต่สำหรับ ไทยพีบีเอส ข่าวค่ำ หมายถึงการออกแบบเนื้อหาให้ใกล้ชิดผู้ชม และมีประเด็นเฉพาะตัว การเพิ่มเวลารายการจากเดิมชั่วโมงครึ่งเป็นสองชั่วโมงครึ่ง ทำให้ทีมข่าวต้องวางแผนอย่างรอบด้านว่าจะนำเสนอข่าวอะไรและอย่างไร เพื่อให้ผู้ชมไม่ได้เพียงรับรู้เหตุการณ์ แต่ยังได้เข้าใจที่มา มุมมองที่หลากหลาย และผลกระทบที่มีต่อชีวิตจริง” เจษฎา กล่าว

ความแตกต่างระหว่างข่าวเช้า ข่าวเที่ยง และข่าวค่ำ ชัดเจนตามจังหวะและพฤติกรรมของผู้ชม ข่าวเช้าเน้นความรวดเร็ว เหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อคืนถึงเช้า และนำเสนอแบบสบายๆ ให้ผู้ชมฟังข่าวไปพร้อมทำกิจกรรมอื่น ข่าวเที่ยงเป็นช่วงอัปเดตเหตุการณ์ทันด่วน สัมภาษณ์แหล่งข่าว และวิเคราะห์สถานการณ์ ส่วนข่าวค่ำเป็นช่วงเวลาของการตกผลึก จับประเด็นให้ผู้ชมคิดต่อ ตั้งคำถาม และหาคำตอบเชิงลึกจากเหตุการณ์ทั้งวัน

นอกจากนี้ ข่าวค่ำยังเป็นพื้นที่ให้ทีมข่าวขยายมุมมองและสร้างความเข้าใจในประเด็นสำคัญของสังคม เจษฎา กล่าวว่า “ข่าวใหญ่” ของไทยพีบีเอส ไม่ได้หมายถึงกระแสข่าวทั่วไป แต่เป็นข่าวที่มีผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สุขภาพ คุณภาพชีวิต หรือประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน การนำเสนอจึงเน้นการจับประเด็นให้ผู้ชมคิดต่อ กระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคม ส่งเสริมความเป็นพลเมืองที่ตื่นตัว (Active Citizen) ไม่ใช่แค่เป็นผู้รับสารอย่างเดียว

อิสระและรอบด้าน : จุดแข็ง ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส”

นอกจากการรายงานเหตุการณ์ประจำวันและการสร้างเวลาคุณภาพให้ผู้ชม “ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส” ยังมีบทบาทสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเป็นเจ้าของเรื่องราวร่วมกัน วันวิสาข์ ระบุว่า “ข่าวค่ำของเราทำหน้าที่เหมือนการเปิดพื้นที่ให้พลเมืองทุกคน ที่เขาสามารถรับรู้สิทธิ์ของตน เข้าใจผลกระทบจากนโยบายต่างๆ และแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง แม้คำว่า “พลเมือง” อาจฟังดูใหญ่และยาก แต่ในความจริงแล้วทุกคนเป็นพลเมือง และ“ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส” ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการส่งต่อเสียงสะท้อนนี้ โดยเฉพาะเรื่องราวของคนกลุ่มเล็กหรือชุมชนที่มักไม่ถูกนำเสนอในสื่อต่าง ๆ เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรม หรือวิถีชีวิตของชุมชนชนกลุ่มน้อย”

เจษฎา เสริมว่า จุดเด่นของ “ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส” คือความกล้าที่จะแตกต่างและท้าทาย ภายใต้กรอบจรรยาบรรณของสื่อมวลชน เรามั่นใจในความเป็นอิสระ ไม่ถูกครอบงำจากเอกชนหรือใครก็ตาม และยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นสื่อสาธารณะอย่างชัดเจน ทีมข่าวเน้นการนำเสนอข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ลึก และรอบด้าน ข่าวใหญ่ของเราจึงไม่จำกัดอยู่แค่สิ่งที่กำลังเป็นกระแส แต่คือเรื่องที่เกี่ยวพันกับชีวิตผู้คนจริงๆ อย่างกรณีข่าวปลาหมอคางดำ หรือข่าวต้นแม่น้ำกก-น้ำสาย

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ตั้งใจนำเสนอข่าวรอบด้าน ครบมิติ เข้าใจง่าย แต่เข้าถึงผลกระทบจริงต่อผู้คน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในประเทศหรือข่าวต่างประเทศที่เชื่อมโยงกับชีวิตผู้ชมสำหรับการเลือกนำเสนอข่าว ให้ความสำคัญกับมุมมองที่ครบถ้วน รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ชมได้รับข้อมูลจากทุกภาคส่วน ไม่เฉพาะเพียงกระแสข่าวหรือความคิดเห็นที่โดดเด่นเพียงด้านเดียว

ทุกวิกฤต คนคิดถึง ไทยพีบีเอส เป็นอันดับแรก

ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือวิกฤต ไทยพีบีเอส มักเป็น สื่อแรกที่ผู้ชมคิดถึง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม โรคระบาด แผ่นดินไหว หรือเหตุการณ์ความไม่สงบ

ความพิเศษของไทยพีบีเอสคือ สามารถปรับตารางออกอากาศได้ทันที เราสามารถล้มผังรายการปกติเพื่อนำเสนอข่าวสำคัญ เกาะติดต่อเนื่องโดยไม่มีโฆษณาจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย วันวิสาข์ ยกตัวอย่างว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา รายงานข่าวถูกถ่ายทอดแบบยิงยาวตั้งแต่เกิดเหตุจนถึง 4 ทุ่ม ทำให้ผู้ชมสามารถติดตามข้อมูลได้ครบถ้วนและเห็นสถานการณ์จริงแบบเรียลไทม์

“ความพิเศษของการเป็น สื่อสาธารณะ ไม่ได้มีแค่ในยามฉุกเฉินเท่านั้น แต่คือความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอข้อมูลสำคัญที่ผ่านการวิเคราะห์ และน่าเชื่อถือในทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ หรือคุณภาพชีวิต การที่เรายืนอยู่บนหลักการที่ไม่แสวงหาผลกำไร ทำให้ผู้ชมวางใจได้ว่า ทุกข่าวสารที่ได้รับ เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง และเราพร้อมจะอยู่เคียงข้างผู้ชม ในทุกสถานการณ์ ทั้งในยามปกติและยามวิกฤตไปพร้อมกัน” เจษฎา กล่าว

“ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส” จึงไม่ใช่แค่รายการข่าวที่รายงานเหตุการณ์ประจำวัน แต่คือพื้นที่แห่งความจริงที่ชัดเจน ลึก รอบด้าน การปรับโฉมครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของสื่อสาธารณะในการสร้างความเข้าใจ กระตุ้นการมีส่วนร่วม เป็นสื่อที่ผู้ชมสามารถวางใจได้ในทุกสถานการณ์ ติดตาม “ข่าวค่ำ ไทยพีบีเอส” ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 6 โมงเย็นหลังเคารพธงชาติ ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน