ศิลปากร เร่งพัฒนาหลักสูตรต้นแบบ ปิดช่องว่าง Grey Digital Divide หลังผลสำรวจชี้ผู้สูงอายุเคยถูกหลอกออนไลน์!

วันที่ 15 ต.ค.2568 มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยสำนักงานบริการวิชาการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) เผยความก้าวหน้าโครงการ “เสริมสร้างความพร้อมและภูมิคุ้มกันทางสังคมออนไลน์แก่ผู้สูงอายุ”

จากผลสำรวจเชิงลึก ชี้ผู้สูงอายุเคยถูกหลอกหรือเกือบถูกหลอกทางออนไลน์ เนื่องจากขาดทักษะและความรู้เท่าทัน จึงจำเป็นต้องสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางสังคมออนไลน์” โดยมุ่งเน้นสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในชุมชนจุดแข็งของสังคมไทย และเตรียมเสนอหลักสูตรต้นแบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยอย่างเป็นระบบ

ผศ.ดร.วรลักษณ์ วงศ์โดยหวัง ศิริเจริญ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตซิตี้แคมปัส เมืองทองธานี หัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า เป้าหมายหลักของโครงการคือเข้าใจปัญหา “Grey Digital Divide” หมายถึง ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง การใช้ และการได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีและการสื่อสาร ที่เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มประชากรสูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่ไม่ใช่เพียงการเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็น “ช่องว่างทางโอกาส” ทำให้ผู้สูงอายุถูกแยกออกจากข้อมูลสำคัญและมีคุณภาพชีวิตที่ด้อยลงในยุคดิจิทัล

“ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว แต่เราพบว่ามีผู้สูงอายุจำนวนมากยังไม่กล้าใช้สมาร์ตโฟนหรืออินเทอร์เน็ต รู้จักแอปพลิเคชันต่างๆ น้อย ทำให้ไม่กล้ากด ไม่กล้าใช้ หรือกลัวถูกหลอกลวง เราจึงนำเรื่องของ Grey Digital Divide ขึ้นมาเป็นโจทย์หลัก

โดยมีเป้าหมายคือ ลดช่องว่างที่เกิดขึ้น เพื่อให้เขามีภูมิคุ้มกันออนไลน์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคำว่าภูมิคุ้มกันของเรา ไม่ใช่รู้เท่าทันในมุมของการโดนหลอกลวงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงข่าวสาร ความบันเทิง และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างปกติสุข” ผศ.ดร. วรลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติม

ผลจากการสำรวจพฤติกรรมผู้สูงอายุไทยกว่า 2,000 คน พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจดังนี้ ผู้สูงอายุไทยจำนวนมากเคยถูกหรือเกือบถูกหลอกทางออนไลน์ สะท้อนถึงความเสี่ยงที่สูงจากการขาดทักษะดิจิทัล โดยผู้สูงอายุที่ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตให้เหตุผลว่าขาดความรู้หรือทักษะมากที่สุด (ร้อยละ 52.6) ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีระดับการรู้เท่าทันโฆษณาและข่าวปลอมในระดับต่ำถึงปานกลาง ทำให้ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลบิดเบือนได้ง่าย

ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกหลอกทางออนไลน์ มีการระบุว่า “ผู้สูงอายุมีแนวโน้มถูกหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในหลายรูปแบบ และมักเกิดขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การหลอกลงทุน แอปพลิเคชันธนาคารปลอม หรือการหลอกให้โหลดแอปบล็อก SMS ซึ่งทำให้สูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก” ซึ่งยืนยันได้ว่าผู้สูงอายุ “เคยถูกหรือเกือบถูกหลอก” เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและสะท้อนถึง ความเสี่ยงในระดับสูงมาก

ผู้สูงอายุขาดทักษะดิจิทัลเป็นสาเหตุหลักของการไม่ใช้อินเทอร์เน็ต ในปี 2566 ผู้สูงอายุมีการใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 55.9 และไม่ใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 44.1 โดยสาเหตุที่ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือ ไม่มีความรู้หรือทักษะในการใช้ ร้อยละ 52.6

ส่วนเรื่องระดับการรู้เท่าทันข่าวปลอมและโฆษณาออนไลน์ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า ร้อยละ 70 เชื่อข่าวปลอมที่เกี่ยวกับสุขภาพ และ ร้อยละ 66.2 จะแชร์ต่อ โดยคิดว่าเป็นการเตือนคนใกล้ตัว ในขณะที่เพียง ร้อยละ 24.5 ตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ โครงการได้ศึกษาเชิงเปรียบเทียบแนวทางการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ที่เหมาะสมกับบริบทไทย จากการศึกษา 5 ประเทศชั้นนำ ได้แก่ สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และ สิงคโปร์ รวมถึงการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้สูงอายุ/กลุ่มเปราะบาง กว่า 100 ราย ทำให้เห็นจุดเด่นของไทยที่ไม่เหมือนหลายๆประเทศคือ การเข้าถึงชุมชนโดย อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

“โครงการนี้ได้สังเคราะห์แนวทางจาก 5 ประเทศ เพื่อพัฒนาหลักสูตรต้นแบบเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมออนไลน์แก่ผู้สูงอายุไทย ซึ่งเน้น ทักษะ–จิตสำนึก–ความปลอดภัยดิจิทัล พร้อมคู่มือสำหรับผู้ดูแล (Digital Mentor) เพื่อให้ อสม. หรือเยาวชนสอนผู้สูงอายุแบบตัวต่อตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างรุ่น (Intergenerational Learning) ที่ยั่งยืน

ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปิดช่องว่างดิจิทัล โดยหลักสูตรจะเน้นความรู้ 8 ด้านสำคัญของการรู้เท่าทันดิจิทัล เช่น การจัดการข้อมูลส่วนตัว การรับมือกับข่าวสาร/โฆษณา และการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ” หัวหน้าโครงการฯ กล่าว

โดยก้าวต่อไป คณะผู้วิจัยจะมุ่งเน้นการนำหลักสูตรต้นแบบไป ทดลองอบรมจริง (Pilot Test) กับกลุ่มผู้สูงอายุอย่างน้อย 50 คน เพื่อประเมินผลการเพิ่มขึ้นของทักษะดิจิทัล ก่อนจะทำการสังเคราะห์ผลทั้งหมดเพื่อจัดทำ “มาตรการเชิงนโยบาย” ที่เป็นรูปธรรมและเสนอต่อ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปขยายผลและสร้างระบบนิเวศของ “สังคมสูงวัยดิจิทัลปลอดภัย” (Digital Senior Ecosystem) ทั่วประเทศต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน