สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า XRP ก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในประเทศไทยต่อเนื่อง 9 เดือนติดต่อกัน ทำให้มูลค่าการซื้อขายคริปโตในประเทศเพิ่มขึ้น 2% แตะที่กว่า 299.4 พันล้านบาทหรือราว 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่จำนวนบันชีผู้ลงทุนที่เคลื่อนไหวจริงก็ขยายตัวขึ้นกว่า 8.44% สู่ระดับ 230,000 บันชี สะท้อนถึงกระแสความนิยมคริปโตที่กำลังเติมโต

โดยเฉพาะคริปโตที่น่าลงทุนที่สุดนั้นก็คือ บิทคอยน์ เป็นสินทรัพท์ดิจิทัลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีความโปร่งใส่ ปลอดภัย และศักยภาพการเติมโตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และหากคุณกำลังจะเริ่มศึกษาว่าบิทคอยน์ เล่นยังไง? และจะเริ่มซื้อบิทคอยน์ได้จากที่ไหน สามารถอ่านบทวิเคราะห์จาก Cryptonews เพื่อศึกษาคู่มือการลงทุนบิทคอยน์ฉบับมือใหม่และเริ่มต้นซื้อบิทคอยน์ในราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท อีกครั้งยังรวบรวมแพลตฟอร์มกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและวีธีการซื้อไว้ให้ศึกษาอย่างละเอียด เพื่อให้นักลงทุนมือใหม่ที่สนใจลงทุนได้เข้าใจง่ายขึ้น

การปรับตัวของ XRP ชี้ให้เห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนในวงจำกัดอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาจนกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการแข่งขันกับตลาดการเงินกระแสหลักอย่างแท้จริง

ข้อมูลจาก ก.ล.ต. ระบุว่า XRP มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการปรับตัวขึ้นถึง 390% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการเติบโตที่ทิ้งห่างจากสินทรัพย์หลักอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Ethereum หรือแม้แต่ทองคำที่มักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้ Ethereum ยังแสดงศักยภาพในการเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดไทยเช่นกัน โดยข้อมูลของ ก.ล.ต. ยืนยันว่า Ethereum สามารถแซงหน้าทองคำขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 3 สินทรัพย์ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดในประเทศ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในพฤติกรรมของนักลงทุน ที่เริ่มหันมามองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทางเลือกใหม่แทนการพึ่งพาสินทรัพย์ดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว

ตลาดคริปโตของไทยยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปริมาณการซื้อขายต่อเดือนล่าสุดแตะระดับ 8,200 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงสภาพคล่องและกิจกรรมการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน จำนวนบัญชีผู้ใช้งานคริปโตที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ก็เพิ่มขึ้นถึง 8.4% รวมเป็น 230,000 บัญชี โดยมีนักลงทุนรายย่อยเข้ามามีบทบาทสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 42% ของตลาดทั้งหมด การขยายตัวของกลุ่มนักลงทุนรายย่อยบ่งชี้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากกว่าเดิม

ในด้านแนวโน้มราคา ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตเคอร์เรนซีอย่างจอห์น สไควร์ (John Squire) ได้แสดงความคิดเห็นว่า XRP กำลังอยู่ในทิศทางที่จะปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 4 ดอลลาร์ จากข้อมูลของ coinmarketcap ที่แสดงให้เห็นว่าราคา XRP นั้นพุ่งเร็วกว่าที่นักลงทุนจำนวนมากคาดการณ์ไว้ โดยปัจจุบัน XRP ซื้อขายอยู่ที่ราว 3.04 ดอลลาร์

Sources: coinmarketcap/XRP price

การวิเคราะห์ของเขาชี้ว่าสัญญาณทางเทคนิคและทิศทางความเชื่อมั่นของตลาดต่างส่งแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ประกอบกับความคืบหน้าด้านกฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ XRP อยู่ในสถานการณ์ที่พร้อมจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่ารูปแบบการสะสมราคาของ XRP ที่กำลังปรากฏในตลาด บ่งบอกถึงแรงกดดันฝั่งซื้อที่เริ่มมีอิทธิพลมากกว่าแรงขาย ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการเคลื่อนไหวในอดีตที่มักนำไปสู่การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของ XRP ยังเห็นได้จากการทำผลงานได้ดีกว่า Bitcoin และ Ethereum อย่างต่อเนื่องในหลายช่วงเวลา

นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ XRP มีความโดดเด่นกว่าคริปโตสกุลอื่น ๆ คือ Ripple บริษัทผู้อยู่เบื้องหลัง XRP ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการชำระเงินข้ามพรมแดน และการสร้างพันธมิตรกับสถาบันการเงินทั่วโลก ซึ่งเป็นการต่อยอดการใช้งานในเชิงปฏิบัติจริง แตกต่างจากสกุลเงินอื่น ๆ ที่ยังคงพึ่งพาการเก็งกำไรเป็นหลัก ความได้เปรียบนี้ทำให้ XRP มีโอกาสที่จะได้รับการยอมรับและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวดังกล่าว การพุ่งขึ้นของ XRP ในตลาดไทยกำลังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในมุมมองของนักลงทุนต่อคุณค่าและรูปแบบการลงทุน การที่นักลงทุนรายย่อยเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ประกอบกับการที่สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับการยอมรับมากขึ้นในกระแสหลัก กำลังทำให้คริปโตเคอร์เรนซีในประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าจับตามองของการเปลี่ยนผ่านทางการเงินที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน