ธงเหลืองพลิ้วไหวเพื่ออนาคตสีเขียว : ธรรมเนียมวีแกนของไทย
ถนนและตรอกซอยทั่วไทยจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยการประดับประดาด้วยผืนธงสีเหลือง ธงสีสันสดใสเหล่านี้บอกให้เรารู้ว่าแผงขายอาหารและร้านอาหารไหนบ้างที่ขายอาหารเจ หรือก็คืออาหารวีแกนที่รับประทานกันในช่วงเทศกาลกินเจ
ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมแบบเต๋า และหลอมรวมกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของไทย เทศกาลนี้ชวนให้มนุษย์หันมาเคารพร่างกายและจิตวิญญาณของตัวเองด้วยการกินอาหารเจ พร้อมกับพิสูจน์ให้เราเห็นว่ามนุษย์ไม่จำเป็นต้องกินเนื้อหนัง ไข่ นม หรือส่วนไหนเลยของสัตว์ เพื่อให้ได้กินอาหารที่เอร็ดอร่อยและได้สุขภาพดี
แต่ทำไมเราจึงต้องแวะเทศกาลกินเจด้วยล่ะ
ในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ ไข่ และนม ลูกวัวถูกพรากจากแม่วัว หมูถูกอัดให้อยู่ในโรงเรือนสกปรกโสโครก และไก่จะถูกขุนให้อ้วนจนทรุดลงไปกองกับพื้นจากน้ำหนักตัวเอง สัตว์เหล่านี้ต้องการอิสรภาพเช่นเดียวกับมนุษย์ แต่อุตสาหกรรมเหล่านี้กลับปฏิบัติต่อพวกเขาราวกับเป็นเพียงสินค้าและในขณะเดียวกันก็ทำให้วิกฤตการณ์ทางสภาพภูมิอากาศแย่ลงไปอีก ลำพังแค่ไก่ในประเทศไทยนั้นก็ถูกฆ่ามากกว่าหนึ่งพันล้านตัวในแต่ละปี
การทำปศุสัตว์เพื่อผลิตอาหารก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจกถึง 60% แต่สิ่งนี้กลับให้แคลอรี่น้อยกว่า 20% ที่เราได้รับทั้งหมด การถางป่าเพื่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์และการฆ่าสัตว์ที่มีชีวิตจิตใจกำลังทำลายโลกและรวมถึงทุกคนที่อยู่บนโลก
แต่ว่าสิ่งที่เราเลือกกินนั้นสามารถสร้างความแตกต่างได้ งานวิจัยในวารสาร Science แสดงให้เห็นว่า หากทุกคนบนโลกเลิกกินเนื้อสัตว์และนมวัวแล้วหันมากินอาหารวีแกน เราจะสามารถลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตอาหารได้มากสูงสุดถึง 70%
อีกทั้งการทำเช่นนั้นทำให้เราสามารถคืนพื้นที่ทำการเกษตรถึงสามในสี่ส่วนให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเองและกักเก็บคาร์บอน อาหารแบบวีแกนนั้นสามารถช่วยเราจากวิกฤตการณ์สภาพภูมิอากาศได้ด้วยมรดกตกทอดแบบชาวพุทธ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เป็นวีแกนและมังสวิรัติหลายล้านคน
ประเทศนี้แสดงให้เราเห็นแล้วถึงหนทางที่สามารถเป็นไปได้ อาหารไทยแบบดั้งเดิมไม่เคยต้องปรุงด้วยนมวัวหรือชีส เมนูแกงหลายชนิดใช้เพียงพริกและเครื่องเทศเป็นหลัก และเพียงแค่เช็กว่าอาหารนั้นใส่น้ำปลาและกะปิหรือเปล่า คุณก็สามารถลิ้มรสอาหารไทยที่เป็นวีแกนตามธรรมชาติ (ไม่มีส่วนผสมของสัตว์) ได้มากมายนับไม่ถ้วน
และอย่างที่ผู้อ่านส่วนมากรู้กันอยู่แล้ว เมื่อคุณเดินไปตามถนนและตรอกซอยในกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลกินเจ ธงสีเหลืองจะพาคุณไปยังร้านขายอาหารต่าง ๆ มากมายที่ปราศจากการทารุณสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้ทอดหรือเผือกทอด ผัดหมี่ซั่ว จับฉ่าย และอาหารอื่น ๆ อีกมากมากที่รุ่มรวยไปด้วยรสชาติแต่ปราศจากความทุกข์ทรมาน เยาวราชทั้งย่านจะกลายเป็นถนนที่เรียงรายไปด้วยแผงขายอาหารเจ
และไม่ได้มีแค่ตลาดริมถนนเท่านั้นที่ขายอาหารพวกนี้ ศูนย์อาหาร ร้านแบรนด์ใหญ่ต่างๆ ที่มีหลายสาขา หรือแม้กระทั่ง 7-11 ก็มีอาหารแบบเจตั้งแต่ครัวซองต์ไปจนถึงเมนูแกงต่าง ๆ ตามโรงแรมก็มีเสิร์ฟอาหารบุฟเฟ่ต์เจ ที่สนามบินก็มีเมนูแพลนต์เบส และร้านขายของชำก็จะจัดวางสินค้าเจให้เด่นจนคนสังเกตเห็นได้ง่าย
เทศกาลกินเจของประเทศไทยดึงความสนใจจากคนทั่วโลกให้เห็นถึงการใช้ชีวิตอย่างมีเมตตา ที่ทั้งสนุก รุ่มรวยทางจิตวิญญาณ และเลอรส แต่ความตระหนักรู้นี้ไม่ควรจบไปเมื่อธงเจถูกดึงลงมา ถ้าเราต้องการแก้ปัญหาวิกฤตการณ์สภาพภูมิอากาศ ปกป้องสัตว์ และสร้างอนาคตที่น่าอยู่
จริง ๆ คนทั่วโลกต้องยอมรับสิ่งที่ไทยรู้ดีอยู่แล้วว่า อาหารแบบวีแกนคือหนทางรอดของเรา
ดังนั้น จงช่วยกันชูธงเจสีเหลืองให้สูงขี้นไป และช่วยกันชี้ทางให้เราไปสู่อนาคตที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม ซึ่งเป็นอนาคตที่อาหารบนจานของเราสะท้อนถึงความถูกต้องดีงาม จงเฉลิมฉลองเทศกาลกินเจนี้ตลอดปีและตลอดไป
เจสัน เบเกอร์ รองประธานอาวุโสของ PETA