มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จับมือ วช.พร้อมภาคีเครือข่าย เปิดเวทีประชุมวิชาการนานาชาติ IBD 2025 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ในปี พ.ศ. 2568 ขับเคลื่อนงานวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อโลกอย่างยั่งยืน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะกรรมการจัดประชุม IBD 2025 ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น.ส.เสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยแห่งชาติ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี ลิ่มทอง ประธานคณะทำงานฝ่ายวิชาการและนิทรรศการ ร่วมแถลงข่าวการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ International Conference on Biodiversity 2025 หรือ IBD 2025 ภายใต้หัวข้อ “Biodiversity and Humanity in Global Crisis” หรือ “ความหลากหลายทางชีวภาพกับมนุษยชาติ ในยุควิกฤตโลก” ระหว่างวันที่ 5–7 พ.ย. 2568 วันที่ 5 พ.ย. เปิดให้ชม 14.00-16.30 น.วันที่ 6 พ.ย. เปิด 9.00 -12.00 น.และ 13.30 – 16.30 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ในปี พ.ศ. 2568 และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประชาคมนักวิจัยของไทยและต่างประเทศ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านวิจัยและวิชาการ การอนุรักษ์ การป้องกัน การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ จากความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนเพื่อหาแนวทางความร่วมมือในระดับสากล

โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ เป็นประธานพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ โอกาสนี้คณะผู้จัดงานได้จัดทำวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติชุด “เจ้าฟ้านักความหลากหลายทางชีวภาพ” ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณในการ อนุรักษ์ ฟื้นฟู ตลอดจนองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

โดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ร่วมกันเป็นเจ้าภาพหลักจัดการประชุม และมีหน่วยงานเกี่ยวข้องด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ ร่วมจัดงาน ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา มูลนิธิสวนหลวง ร.9 กิจกรรมประกอบด้วย การประชุม สัมมนา (International Oral and Poster) การบรรยายจากวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ Panel discussion : การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพกับการก้าวข้ามยุควิกฤตโลก

ทั้งนี้ มีการนำเสนอผลงานภาคบรรยายจำนวน 22 เรื่อง และภาคโปสเตอร์ จำนวน 190 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 212 เรื่อง โดยนักวิจัยนักวิชาการ นิสิตนักศึกษา และนักเรียน จาก 14 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เลบานอน นิวซีแลนด์ ศรีลังกา ไต้หวัน เวียดนาม ซาอุดีอาระเบีย และ สหรัฐอเมริกา การจัดนิทรรศการ (Exhibition) ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวม 28 หน่วยงาน อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ การศึกษาดูงาน Conference Excursions พื้นที่สีเขียวในเมือง ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง ปตท. เขตประเวศ กรุงเทพฯ และ สวนหลวง ร.9

ศาสตราจารย์ ดร.สนิท เปิดเผยว่า การประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ International Conference on Biodiversity 2025 หรือ IBD 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่รวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นิสิตนักศึกษา และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพและแนวทางการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน IBD 2025 ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศและพันธกิจของประเทศไทยในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศให้สมดุลกับความต้องการของมนุษยชาติ

ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเรื่องใหญ่ กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ จุลินทรีย์ โดยเฉพาะกลุ่มพืช พรรณพืช ป่าไม้ ต้นไม้สำคัญเขื่อมโยงชีวิต อาทิ ไม้สัก ไม้พยุงไม้มะค่า พืชน้ำ สาหร่ายทะเลมีความผูกพันในชีวิต รวมถึงกลุ่มสัตว์ป่ามีความเชื่อโยงในระบบนิเวศ และจุลินทรีย์ แบคทีเรีย ถือเป็นเรื่องความหลากหลายชีวภาพความจำเป็นในการดำรงชีวิตพื้นฐาน ประชากร ต้องใช้ปัจจัย 4 ที่อยู่อาศัยใช้ไม้สร้างบ้าน สัตว์เป็นอาหาร พืชเป็นยาสมุนไพร เป็นความหลากหลายชีวภาพ ถือเป็นเส้นใย จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการศึกษาวิจัยไม่ได้ รวมถึงการมีอากาศบริสุทธิ์ อุทยานแห่งชาติ ทะเล หากอากาศดี ทุกอย่างจะดี ต่างพึ่งพาอาศัยกัน จากทั้งหมด195 ประเทศพื้นที่ทั่วโลก 97,000 ล้านไร่ ความหลากหลายทางชีวภาพเกี่ยวกับพืช สัตว์ จุลินทรีย์ รวมกว่า 5-10 ล้านชนิด แต่กำหนดชื่อได้เพียง 2 ล้านชนิด ยังต้องใช้เวลาศึกษากรณีดังกล่าวอีกยาวนาน

จากพื้นที่ 22.2 ล้านไร่ ในพื้นที่ประเทศไทย มีพืช สัตว์ จุลินทรีย์ เกินกว่า 4 แสนชนิด ประเทศของเราอยู่ในลำดับที่ 15 ในการศึกษาวิจัยกรณีดังกล่าว ส่วนเรื่องทำต่อไปที่จะทำในอนาคต ต้องมีการประชุมร่วมกับประเทศอื่น ระหว่างโลก และระหว่างนานาชาติ ไม้สักขึ้น ในพม่า อินโดนีเซีย มีความเชื่อมโยงกันทั่วโลก ยกตัวอย่าง นกจะย้ายถิ่นจากประเทศอื่น ชายฝั่งทะเลเชื่อมโยงกัน สัตว์น้ำหมุนเวียนทะเลจีนใต้ หรือ อ่าวไทย จึงต้องศึกษาและเรียนรู้ร่วมกัน พัฒนาให้เกิดความเจริญและใช้ประโยชน์ อย่างยั่งยืน ตั้งครั้งที่ 1 ปี 2552 มีการคุกคามในความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก ภายหลังมีโรคโควิด จึงการประชุมแก้ไขปัญหาจากความหลากหลายชีวภาพให้ชาวโลกมีชีวิตดีขึ้น รวมถึงแก้ไขวิกฤตโลกต่างๆ จากความรู้ดังกล่าว เพื่อทำให้มนุษย์ทั้งโลกอยู่ดีกินดี ขอเชิญช่วยทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเยาวชนของชาติ จะเข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพมีความเชื่อมโยงอย่างไรในชีวิตสร้างความยั่งยืนส่งต่อให้รุ่นต่อไป

ด้านดร.ดำรงค์ กล่าวว่า กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเน้นการมีส่วนร่วมและความร่วมมือระหว่าง มก. กับ วช. และหน่วยงานเครือข่ายระดับชาติและนานาชาติ โดย มก. มุ่งนำองค์ความรู้ งานวิจัย และการเรียนการสอนด้านความหลากหลายทางชีวภาพมาผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในทุกมิติ ทั้งระดับชาติและนานาชาติ พร้อมกล่าวถึงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมก.ร่วมกับวช.จัดขึ้น อยากให้เห็นความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เยาวชนเห็น ถือเป็นแนวคิดของพระองค์ท่านต้องการ

ความหลากหลายขีวิตภาพในยุควิกฤตโลก การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศโลกร้อนขึ้น พรรณไม้ สัตว์ โลกร้อนขึ้น 1 องศา เกิดความแปรปรวนทางอากาศ ถ้าอุณหภูมิประเทศไทยขึ้น 1.5 องศา ปัจจุบัน อยู่ประมาณ 30 องศา หากเพิ่มอีกพรรณไม้ต่างๆ จะได้รับผลกระทบ วิกฤตคือโลกเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไป จึงทำให้ต้องการปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ เราจึงต้องช่วยกันดูแลความหลากหลายชีวิตภาพดังกล่าว ถึงเราอาจจะทำให้เกิดความไม่ตั้งใจเกิดขึ้น อย่างกรณีปลาหมอคางดำ จนเกิดเป็นปัญหาระดับชาติ ชื่อเรื่องดูไกลตัวแต่ทุกอย่างอยู่ใกล้ตัว เชื่อว่าจะทำให้เห็นความสำคัญกรณีดังกล่าว

ภายใต้แนวคิด“ มรรคา แห่งความสมดุล : วัฏจักรความหลากหลายทางชีวภาพกับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ” คำว่า “มรรคา” หมายถึง หนทางแห่งความสมดุล ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ที่เกื้อกูลและพึ่งพาอาศัยกัน นิทรรศการถูกออกแบบให้เป็น “เส้นทางการเรียนรู้” ที่ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสและทำความเข้าใจระบบนิเวศ ตั้งแต่ ท้องทะเล ป่าชายเลน ป่าไม้ การทำงานของนักวิจัยภาคสนามสู่ห้องปฏิบัติการ และจบที่ พรรณไม้ในวังสระปทุม ซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในเมืองที่ทรงคุณค่า แสดงถึง พระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ในการส่งเสริมองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน”

ด้านน.ส.เสาวนีย์ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นจุดเด่นของประเทศไทย โดยสนับสนุนทุนวิจัยทั้งด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับนโยบาย เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ ผลงานวิจัยที่นำมาจัดแสดง ได้แก่ ธนาคารเซลล์สัตว์ ปลิงทะเลสกุลใหม่ของโลก เห็ดเผาะสิรินธร ระบบนิเวศหญ้าทะเล และระบบนิเวศกองหินใต้น้ำ ซึ่งสะท้อนถึงการวิจัยที่ต่อเนื่องและสร้างผลกระทบเชิงปฏิบัติได้จริง มิติวิชาการ 6 Sessions ในการประชุม IBD 2025

ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สาวิตรี กล่าวว่า การประชุม IBD 2025 จัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีระดับนานาชาติในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพในยุควิกฤตโลก ครอบคลุมมิติสำคัญของชีวิต ได้แก่ สุขภาพ อาหาร การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐศาสตร์ โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 6 Sessions ได้แก่ ความหลากหลายทางชีวภาพกับความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพกับสุขภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพกับการท่องเที่ยว ความหลากหลายทางชีวภาพกับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพกับการอนุรักษ์วัฒนธรรม การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อก้าวข้ามวิกฤตโลก ทั้งนี้ Sessions ต่าง ๆ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิไทยและนานาชาติ ร่วมบรรยาย เสวนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงลึก ดังนี้

Mr. Robert Simpson รองผู้แทนภูมิภาค สำนักงาน FAO เอเชียและแปซิฟิก บรรยายเรื่อง: “Biodiversity for Sustainable Agri Food System: Pathway to Food Security in Asia and the Pacific” Professor Emeritus Dr. Henrik Balslev จาก Aarhus University, Denmark บรรยายเรื่อง: “Ethnobotany of the Thai Flora” ศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกร ชยันต์ พิเชียรสุนทร สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา บรรยายเรื่อง: “Diversity of Plants, Animals, and Minerals in Thai Traditional Medical Wisdom”

คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บรรยายเรื่อง: “Nature Positive and Tourism” Professor Dr. Kazue Fujiwara Yokohama City University, Japan บรรยายเรื่อง: “The Restoration of Natural Forest and Biodiversity Based on the Miyawaki Method for Human Life” Professor Dr. Elgene O. Box University of Georgia, USA

บรรยายเรื่อง: “Adapting the Miyawaki Forest Methodology to Tropical and Other Climates” Professor Dr. Peter Van Welzen Naturalis Biodiversity Center, Netherlands บรรยายเรื่อง: “How Can the Flora of Thailand Contribute to Nature Conservation” Professor Dr. Chen Lihong Asian Apicultural Association, China บรรยายเรื่อง: “Bees and Biodiversity: Symbiotic Relationship of Sustainable Futures”

ใน Session สุดท้ายของการประชุม มีการเสวนาเชิงวิชาการ เรื่อง “การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อก้าวข้ามยุควิกฤตโลก” โดยผู้ดำเนินรายการ ดร.วิจารณ์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมผู้ร่วมเสวนา 4 ท่าน ได้แก่ คุณนิรันดร์ นิรันนุช (โครงการไบโอฟิน UNDP ประเทศไทย) เรื่อง: การเสริมสร้างการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการท่องเที่ยวยั่งยืนผ่านกลไกการเงินของท้องถิ่น

Dr. Jerome L. Montemayor (Executive Director, Asian Center for Biodiversity, Philippines) เรื่อง: การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อก้าวข้ามยุควิกฤตโลก รองศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ อรรถวานิช (คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) เรื่อง: เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองในการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อรับมือวิกฤตระดับโลก คุณนันนภัส พงษ์วิทูล (เครือข่ายเยาวชนระดับโลกด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย) เรื่อง: บทบาทของเยาวชนในการกำหนดอนาคตความหลากหลายทางชีวภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน