วันศุกร์ที่ 7 พ.ย.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 113 ปี ชาตกาล “พระครูโสภณธรรมรัต” หรือ “หลวงพ่อถม ธัมมทีโป” อดีตเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี และที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี พระเถระนักพัฒนาที่ชาวลพบุรีต่างให้ความเลื่อมใสศรัทธากันเป็นอย่างดียิ่ง
มีนามเดิมว่า ถม สงวนวงษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ย.2455 ที่บ้านโพธิ์ผีไห้ ต.โพธิ์เก้าต้น อ.เมือง จ.ลพบุรี บิดาเป็นกำนัน ชื่อ นายลอย สงวนวงษ์ และมารดาชื่อเนย ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา
อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดโคกหม้อ ต.โพธิ์เก้าต้น อ.เมือง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2475 โดยมี พระครูโวทานสมณคุต ผู้เป็นเจ้าอาวาสวัดกวิศรารามฯ เจ้าอาวาสวัดเชิงท่า และเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการบุญ เจ้าอาวาสโคกหม้อ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์ฉาย วัดเชิงท่า เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พ.ศ.2479 ย้ายมาอยู่วัดเชิงท่า เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2504 เป็นเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า
พ.ศ.2505 เป็นเจ้าคณะตำบลพรหมมาสตร์ และตำบลบางขันหมาก จ.ลพบุรี
พ.ศ.2516 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2543 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2493 เป็นพระครูใบฎีกา ตำแหน่งฐานานุกรมของพระกิตติญาณมุนี (พระพุทธวรญาณ)

พ.ศ.2513 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูโสภณธรรมรัต พ.ศ.2525 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
หลวงพ่อถมจัดสร้างพิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ เพื่อรวบรวมและจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุอันมีค่า ในการศึกษามรดกวัฒนธรรมไทย
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2545 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพิพิธภัณฑ์หอโสภณศิลป์ วัดเชิงท่า ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมสิ่งที่มีคุณค่าและมีประโยชน์อย่างยิ่งในศิลปวัฒนธรรม
ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็น “ปูชนียบุคคล” ของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เพราะท่านมีความเป็นอยู่ด้วยความสงบ ตามสมณวิสัย
ย้ายมาอยู่วัดเชิงท่า ตั้งแต่ พ.ศ.2479 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเชิงท่า ในปี พ.ศ.2504 ได้ทุ่มเททำงานปฏิบัติงานทำนุบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนามากมายนานัปการ จนเป็นที่ศรัทธาของประชาชนทั่วไป
วันที่ 14 ก.พ.2552 อาพาธด้วยโรคชรา และโรคไต คณะศิษย์นำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองนารายณ์ จนถึงวันที่ 9 มี.ค.2552 ได้ย้ายมารักษาต่อที่โรงพยาบาลลพบุรี
กระทั่งเมื่อเวลา 15.07 น. วันที่ 15 มี.ค.2552 มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 96 ปี พรรษา 77