วันพฤหัสบดีที่ 20 พ.ย. 2568 น้อมรำลึกครบ 108 ปี ชาตกาล “พระครูอุทัยธรรมวิจัย” หรือ “หลวงพ่อฮวด ธัมมสาโร” พระเกจิรุ่นเก่าผู้เรืองวิทยาคม มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง ด้วยความเป็นพระปฏิบัติดี มีเมตตาธรรมสูง มุ่งเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน ครองตนอยู่ในผ้ากาสาวพัสตร์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
เกิดในสกุล โพธิ์เงิน เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2460 ที่บ้านบางกุ้ง หมู่ที่ 5 ต.สะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี เป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวน 12 คน ของนายใช้-นางบุญรอด โพธิ์เงิน
ชีวิตในวัยเยาว์ ศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนวัดจักษา ต.สะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ลาออกมาช่วยครอบครัวประกอบอาชีพ
ต่อมาตัดสินใจเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2495 ที่พัทธสีมาวัดอุโปสถาราม ต.สะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี โดยมีพระราชอุทัยกวี (พุฒ สุทัตโต) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี และเจ้าอาวาสวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอุเทศธรรมวิจัย (หลวงพ่อป๊อก เกสโร) เจ้าอาวาสวัดอุโปสถาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูอุปพัทธสีลาจารย์ (เลี่ยม) วัดทุ่งแก้ว เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายา ธัมมสาโร หมายถึง ผู้มีธรรมเป็นแก่นสาร
อยู่จำพรรษาอยู่ที่วัดอุโปสถาราม ศึกษาพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ที่สำนักศาสนศึกษาวัดอุโปสถาราม
ในยุคนั้นชื่อเสียงของหลวงพ่อป๊อก เจ้าอาวาสวัดอุโปสถารามโด่งดังในฐานะพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคม ปกติมีจิตใจชมชอบด้านวิทยาคมอยู่แล้วจึงขอฝากตัวเป็นศิษย์ฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐาน ร่ำเรียนวิทยาคม โดยเฉพาะการสักยันต์ 8 ทิศ ซึ่งได้รับความเมตตาถ่ายทอดวิชาให้จนหมดสิ้น
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2498 หลวงพ่อป๊อกมรณภาพ จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส
พ.ศ.2501 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส เป็นเจ้าสำนักศาสนศึกษาและเป็นพระกรรมวาจาจารย์
พ.ศ.2508 เป็นเจ้าคณะตำบลสะแกกรัง พ.ศ.2517 เป็นพระอุปัชฌาย์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2514 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นตรีที่ “พระครูอุทัยธรรมวิจัย”
พ.ศ.2521 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นโท ในราชทินนามเดิม
พ.ศ.2532 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
ผลงานด้านสาธารณูปการ จัดสร้างศาลาการเปรียญทรงไทย คอนกรีตเสริมเหล็กพื้นไม้สัก สร้างกุฏิอาคารไม้ กุฏิอาคารทรงไทย บูรณะหอสวดมนต์ สร้างห้องน้ำ บูรณะอุโบสถ สร้างอาคารเรียนวัดอุโปสถาราม สร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามแม่น้ำสะแกกรัง สร้างห้องอบยาสมุนไพร สร้างถนนลูกรังเชื่อมสะพานกับวัด ยาว 4 กิโลเมตร เป็นต้น
ด้วยความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังขจรขจาย ในแต่ละวันมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการอย่างล้นหลามเพื่อขอรับวัตถุมงคล
โดยเฉพาะรูปหล่อโบราณ เหรียญฉลองสมณศักดิ์ และตะกรุด 8 ทิศ ที่โดดเด่นในด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด
ปัจจัยที่ได้จากการบริจาค หลวงพ่อฮวดได้นำไปพัฒนาสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดแห่งนี้ พร้อมได้ปรับปรุงบริเวณวัดให้มีความร่มรื่น ปลูกต้นไม้ สร้างความสงบวิเวก เหมาะสมในการปฏิบัติธรรมยิ่งนัก
หลวงพ่อฮวดได้ถ่ายทอดหลักธรรมง่ายๆ ให้ชาวบ้านนำไปปฏิบัติใช้คือ การรักษาศีล 5 ด้วยผู้มีศีลชีวิตจะพบแต่ความเจริญรุ่งเรือง
อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อฮวดมีอาการอาพาธด้วยโรคเบาหวาน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2536 ท่านเกิดอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอุทัยธานี แพทย์รักษาจนอาการดีขึ้นเป็นลำดับ
กระทั่งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2536 เวลา 17.00 น. เกิดอาการแน่นท้องอย่างรุนแรง คณะแพทย์ได้รักษาเยียวยาจนสุดความสามารถ
เวลา 18.40 น. มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 76 ปี พรรษา 41