วัดธาตุน้อยศรีบุญเรือง บ้านศรีบุญเรือง ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อ พ.ศ.8 ก่อตั้งในยุคสร้างองค์พระธาตุพนม มีอายุกว่า 2,500 ปีเท่ากับองค์พระธาตุพนม ประดิษฐานพระธาตุน้อยศรีบุญเรือง หลังพระธาตุองค์เก่าหักล้มพังทลายลง

ตามประวัติพระเจ้าไชยเชษฐา แห่งอาณาจักรล้านช้างเป็นผู้สร้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 22 ต่อมากลายเป็นวัดร้าง และสร้างวัดขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2456
ปัจจุบัน พระครูวินัยธรวิวัฒน์ ญาณวัฑฒโน อายุ 37 ปี พรรษา 18 ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส

ตามประวัติพระธาตุองค์เก่า อ้างอิงตามอุรังคนิทาน เล่าว่า สมัยก่อนมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเดินทางไปสร้างพระธาตุพนม แต่มีชาวบ้านอีกกลุ่มตามหลัง สวนทางกับกลุ่มที่สร้างพระธาตุพนมเสร็จแล้ว เมื่อ พ.ศ.8 ชาวบ้านที่ขนข้าวของมาแล้วจะไปสร้างพระธาตุพนม แต่ไปสร้างไม่ทัน จึงสร้างพระธาตุน้อยตรงจุดนี้ เพื่อให้เป็นพระธาตุบริวารองค์พระธาตุพนม

ก่อนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า บรรจุไว้ในพระธาตุน้อยองค์เก่าที่หักพัง
พระธาตุองค์เดิมไม่ปรากฏหลักฐานว่าสูงเท่าใด สมัยพระธาตุองค์นี้หักล้มอยู่ในยุคเจ้าแก้วโกมล เจ้าเมืองเรณูนคร คาดว่าสมัยก่อนเมืองพระธาตุน้อยศรีบุญเรืองได้ล่มสลายไปแล้ว จนกลายเป็นเมืองร้างในสมัยเมืองมรุกขนคร ต่อมาจึงอพยพไปตั้งเมืองที่ ต.ดอนนางหงส์ และที่ ต.ท่าค้อ อ.เมือง ก่อนเมืองล่มสลายอีกครั้ง

ปัจจุบันยังพบซากปรักหักพังของพระธาตุน้อยที่สร้างเมื่อปี พ.ศ.8 เป็นเนินดินสูง 3 เมตร กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ไว้เป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2526 วัดจึงไม่สามารถบูรณปฏิสังขรณ์ได้เอง และไม่สามารถสร้างพระธาตุองค์ใหม่ครอบองค์เก่าได้ เพื่อไม่ให้ซากปรักหักพังถูกฝนชะล้างลงไป จึงต้องสร้างพระธาตุน้อยศรีบุญเรืององค์ใหม่แทน ซึ่งอยู่ข้างกันในปัจจุบัน

พระธาตุน้อยศรีบุญเรืององค์ใหม่ มีความสูง 29 เมตร สูงรวมฉัตร 3 เมตร รวมสูง 32 เมตร 29 เมตร วางศิลาฤกษ์วันที่ 2 ก.ค.2560 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2563 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างเฉพาะตัวองค์พระธาตุ 5.6 ล้าน พญานาค 2 ตนที่ขดเกี้ยวองค์พระธาตุ 1.1 ล้านบาท พื้นปูกระเบื้อง 1.8 ล้านบาท จากเงินบริจาคของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธสมทบสร้างยอดฉัตรทองคำน้ำหนัก 2.5 กิโลกรัม

ภายในพระธาตุองค์ใหม่ รูปทรงจำลองมาจากพระธาตุพนม นอกจากบรรจุเพชรนิลจินดา สิ่งของมีค่า พระพุทธรูปน้อยใหญ่ ที่ประชาชนและพุทธศาสนิกชนร่วมกันบริจาค ฐานองค์พระธาตุยังมีพญานาค 2 ตน ตนแรกสีเงิน มีนามว่าพญาภุชงค์นาคราช ส่วนตนที่ 2 มีนามว่าพญาสุวรรณนาคราช ที่นักท่องเที่ยวสายมูแวะมากราบไหว้พระธาตุ แล้วมาขอพรจากพญานาค
ใกล้กันยังประดิษฐานพระธาตุปางต่างๆ อาทิ ปางประทานพร ปางนาคปรก พระสีวลี และพระแม่ธรณีบีมมวยผม เป็นต้น เพื่อให้สาธุชนที่จะเดินทางไปกราบไหว้พระธาตุพนม

อุโบสถหลังใหม่ เป็นอุโบสถสแตนเลส ศิลปะล้านนาล้านช้าง กว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร สูง 20 เมตร ปี 2565 รื้อถอน เริ่มสร้างปี 2566 สร้างมา 3 ปี หมดงบไปแล้ว 13 ล้านบาท แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ตั้งงบไว้ 30-40 ล้านบาท ยังขาดงบอีกราว 20 ล้านบาท เพื่อตกแต่งหน้าบัน คันทวย ซึ่งเป็นงานฝีมือ โดยสร้างไปตามงบประมาณการทอดกฐินสามัคคี และผ้าป่าสามัคคี ภายในประดิษฐานพระประธานนามว่า สมเด็จพระญาณวรมุนีศรีบุญเรือง ที่สาธุชนร่วมกันหล่อ

พระครูวินัยธรวิวัฒน์กล่าวว่า อุโบสถหลังนี้สร้างครอบอุโบสถหลังเดิมที่มีอายุมากกว่า 80 ปี แนวคิดอยากได้อุโบสถทรงโบราณ เพื่ออนุรักษ์ของเก่าแก่ศิลปะพื้นถิ่นอีสาน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากภาคกลางที่สร้างขึ้นใหม่ คงทนถาวร เนื่องจากอุโบสถหลังเก่าก่ออิฐถือปูน ย่อมชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา

ใกล้พระธาตุองค์ใหม่ มีศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองหลังใหม่ มุงด้วยหลังคาอลูซิงค์ ฝาผนังไม้ฝาเฌอร่า ยาว 4 เมตร กว้าง 2.5 เมตร สูง 3 เมตร ภายในศาลด้านบนพบไม้ตะเคียนทองยาว 2 เมตร กว้าง 1 เมตร มีผ้าแพร 7 สีพันรอบพวงมาลัย ของเซ่นไหว้ หมากพลู น้ำเขียว น้ำแดง และยังพบเครื่องแป้ง ราวแขวนชุดไทยสภาพใหม่ 13 ชุด
นอกจากนี้ ยังพบไหบรรจุปิงปอง พร้อมกระถางธูปที่นักท่องเที่ยวสายมูแวะจุดธูปขอพรและขอโชคลาภก่อนใกล้วันหวยออก พากันได้โชคหลายงวดติด

นางอ้อน อายุ 51 ปี เจ้าหน้าที่วัดดูแลซุ้มดอกไม้ธูปเทียน เล่าว่า เคยถูกรางวัลติดต่อกัน โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านพื้นที่ไปจุดเลขธูปและบนบานขอโชคจากเจ้าแม่ตะเคียนทองที่หญิงสาวคนหนึ่งจาก จ.สกลนคร นำท่อนตะเคียนมาถวายวัดตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 ชาวบ้านที่แวะเวียนมาวัดอธิษฐานขอโชคต่างถูกเลขกันเรื่อยมา จึงสร้างความฮือฮามานับแต่นั้น ผู้ที่ได้รับโชคลาภเห็นว่าศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองหลังเก่าทรุดโทรม จึงรวบรวมเงินทั้งในตู้บริจาครวมได้ 49,000 บาท สร้างศาลใหม่

หลังสร้างศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองหลังใหม่ ประกอบพิธีบวงสรวง นำผลไม้ 9 ชนิดมาเซ่นสรวงแก้บน
คำนมัสการพระธาตุน้อยศรีบุญเรือง …. “ปุริมายะ ทักขิณายะ ปัจฉิมายะ อุตตะรายะ เหฏฐิมายะ อุปะริมายะ ทิสายะ มรุกขะยะ มรุกขะนะนะคะรัสสิง มหากัสสะเปนะ ฐาปิตัง พุทธะสารีริกกะธาตุง สิระสา นะมามิ”

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวง 212 สายนครพนม-ธาตุพนม ฝั่งขาออก อ.ธาตุพนม มุมโค้งหักศอกสามแยกเรณู บ้านธาตุน้อยศรีบุญเรือง ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
ชนะ วสุรักคะ