“พระครูเขมสารสุธี” หรือ “หลวงปู่สาย เขมธัมโม” เจ้าอาวาสวัดป่าพรหมวิหาร บ้านภูศรีทอง ต.โนนเมือง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เป็นพระอาจารย์ด้านวิปัสสนาธุระ
เกิดในสกุล แสงมฤค เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2464 ที่บ้านกุดน้ำใส ต.กุดน้ำใส อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด
ย่างเข้าวัยหนุ่ม ย้ายไปอยู่ที่ จ.อุดรธานี และสมรสกับนางปาน ผายม มีบุตรด้วยกัน 2 คน โดยหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการประกอบอาชีพทำนา และเลี้ยงปลาขาย

อายุ 48 ปี ชีวิตหันเหเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อันเนื่องมาจากป่วยเป็นโรคปวดศีรษะ จึงบนบานเอาไว้ว่า ถ้าหายป่วยจะบวชแก้บน ครั้นอาการป่วยหายไปเอง แต่ทยังไม่ได้บวช
แต่แล้วก็ยังไม่บวช ทำให้อาการป่วยย้อนกลับมาเล่นงาน เมื่อคิดได้ดังนี้จึงตัดสินใจบวชแก้บน โดยเข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดโยธานิมิต โดยมีหลวงปู่อ่อนตา เจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ เป็นพระอุปัชฌาย์
หลังอุปสมบท อาการป่วยได้หายเป็นปลิดทิ้ง อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นการบวชเพื่อแก้บน แต่ก็หมั่นปฏิบัติภาวนาอยู่ไม่ขาด

การบวชในครั้งนี้อยู่นานถึง 6 พรรษา ก่อนลาสิกขาออกมา สาเหตุเนื่องเพราะมีคนบอกว่าบวชแก้บนจะต้องสึก ถ้าไม่สึกจะต้องมีอันเป็นไป เพื่อความสบายใจจึงขอลาสิกขา
หันกลับมาใช้ชีวิตในเพศฆราวาสได้ไม่นาน เกิดความเบื่อหน่ายชีวิตทางโลก จึงขอตัดสินใจอุปสมบทอีกเป็นครั้งที่ 2 และนำเรื่องนี้ไปปรึกษาครอบครัวก่อน ซึ่งภรรยาและบุตรต่างยินดี ไม่ขัดข้องในความประสงค์
เข้าพิธีอุปสมบทอีกครั้ง เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2521 ที่พัทธสีมาวัดบุญญานุสรณ์ อ.หนองวัวซอ จ.หนองบัวลำภู โดยมีพระครูประสิทธิ์คณานุการ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสุวรรโณปมคุณ เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระครูโสภณคณานุรักษ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายาว่า เขมธัมโม แปลว่าผู้มีธรรมอันเกษม
แม้ในการบวชครั้งที่ 2 จะมีอายุถึง 57 ปีแล้ว แต่หลังจากบวชก็เข้าป่าเพื่อบำเพ็ญเพียรเพียงอย่างเดียว
ในปีแรกจำพรรษาอยู่กับหลวงตาขนบ วัดดอนอีใข อ.เมือง จ.อุดรธานี พรรษาที่ 2 ย้ายไปจำพรรษาที่วัดป่าศรีอุดม อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โดยมีหลวงปู่แสง ญาณวโร เป็นประธานสงฆ์ คอยให้คำแนะนำ ทำให้การปฏิบัติภาวนามีความรุดหน้า จิตสงบ ในพรรษานี้ มีโอกาสไปเรียนธรรมปฏิบัติกับพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร ที่วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร

พระอาจารย์สิงห์ทองให้อุบายธรรมเพื่อให้นำไปพิจารณาและแนะแนวทางในการปฏิบัติกรรมฐาน เมื่อได้รับความกระจ่างหมดปัญหาที่ติดขัด ออกท่องปลีกวิเวกและธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในประเทศ และประเทศใกล้เคียง
ในบางครั้งมีโอกาสได้เข้าไปพักอาศัยกับครูบาอาจารย์ เพื่อรับฟังโอวาทธรรม อาทิ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงปู่คำดี ปภาโส, หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ เป็นต้น
พ.ศ.2524 ในช่วงที่ปลีกวิเวกอยู่ที่ภูน้อย (ภูพนัง) เกิดฝนตกอย่างหนัก ชาวบ้านได้นำสังกะสีเก่าๆ มาทำที่พักชั่วคราวให้ท่านพอกันแดดฝนได้เท่านั้น
นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวัดป่าพรหมวิหาร และอยู่พำนักจำพรรษาที่วัดนี้ถึงปัจจุบัน
จากนั้นตกลงใจปฏิบัติภาวนาอยู่ที่ภูน้อยแห่งนี้ ในระยะแรกได้รับความลำบาก โดยเฉพาะในเรื่องน้ำ แต่ไม่ได้เป็นปัญหา ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นเครื่องสนับสนุนในการปฏิบัติความเพียรได้เป็นอย่างดี

มรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค.2558 เวลา 09.42 น. ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น สิริอายุ 92 ปี พรรษา 37
ด้วยความที่เป็นพระป่า ไม่นิยมจัดสร้างวัตถุมงคล แต่เมื่อลูกศิษย์มาขออนุญาต มิได้ขัดข้อง เคยสร้างวัตถุมงคลที่มีความโดดเด่นเพียง 3 รุ่นคือ เหรียญโล่ พ.ศ.2548, เหรียญรูปไข่ รุ่นสร้างเจดีย์ พ.ศ.2549
โดยเฉพาะ “เหรียญรุ่นหยดน้ำ พ.ศ.2536” ไม่มีหูห่วง ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ด้านล่างมีข้อความ “รุ่น ๑” ถัดลงมาข้อความ “หลวงปู่สาย เขมธมฺโม”
ด้านหลังตรงกลางเป็นรูปเครื่องอัฐบริขาร บาตร กาน้ำ กลด ด้านบนมีข้อความ “วัดป่าพรหมวิหาร” ด้านล่างเขียนคำว่า “อ.โนนสัง จ.อุดรธานี”
เหรียญดังกล่าวอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยนเอง