“หลวงปู่อวน ปคุโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดจันทิยาวาส ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เป็นศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่กินรี จันทิโย พระป่าสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน

มีนามเดิมว่า จันทร แก้วดวงตา เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ส.ค.2470 ที่บ้านนามะเขือ ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

ชีวิตวัยเด็กเข้าเรียนที่โรงเรียนบ้านนามะเขือ

บวชเป็นสามเณรที่วัดดงขวาง อ.เมือง ก่อนกลับมาอยู่วัดบ้านเกิด ร่ำเรียนบทสวดมนต์ และอักษรธรรมจนชำนาญ และย้ายไปเรียนนักธรรมที่วัดบ้านกุดตาไก้ ต่อมาย้ายไปที่วัดศรีเทพ ซึ่งเป็นสำนักธรรมยุตแห่งแรกของจังหวัด มีหลวงปู่จันทร์ เขมิโย เป็นเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดนครพนม สอบได้นักธรรมชั้นตรี

รายงานพิเศษ

หลวงปู่อวน ปคุโณ

 

อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดบ้านดงขวาง อ.เมือง มีพระติ้น เป็นพระอุปัชฌาย์, พระบุญมี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระพรหมา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปคุโณ หมายถึง ผู้มีความคล่องแคล่วชำนาญ

หลังอุปสมบท ชักชวนพระก่องและพระจันลาออกธุดงค์ไปยังวัดป่าเมธาวิเวก ต.หนองฮี อ.ปลาปาก เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์กับหลวงปู่กินรี จันทิโย เพื่อรับโอวาทแนวทางการปฏิบัติ ก่อนกราบลาออกธุดงค์ไปประเทศลาว ผ่านแขวงคำม่วน ไปตามป่าเขาที่มีสิงสาราสัตว์

รายงานพิเศษ

ต่อมาได้พบพระอาจารย์ทองรัตน์ กันตสีโล ที่ดอนผีป่าช้า และออกธุดงค์ไปภูสิงห์ ภูงัว ภูลังกา จ.หนองคาย ก่อนไปวัดศรีเวินชัย อ.ศรีสงคราม แวะนมัสการพระอาจารย์เกิ่ง อธิมุตโต สหธรรมิกรุ่นเดียวกับพระอาจารย์ทองรัตน์ ก่อนเดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดเดิม และอยู่กับหลวงปู่กินรี

พรรษาที่ 6 จึงออกธุดงค์อีกครั้งไป จ.สกลนคร จ.ยโสธร แวะพักที่ภูกอยภูน้อยจำพรรษาอยู่กับพระอาจารย์ชา สุภัทโท ในปี พ.ศ.2494 แล้วกลับมาวัดกันตศิลาวาสอีกครั้ง เพื่อนมัสการหลวงปู่กินรี

ธุดงค์ผ่านภาคเหนือ 5 จังหวัดมุ่งสู่ อ.แม่สอด จ.ตาก เข้าสู่เขตพม่า แต่เกิดการสู้รบกัน จึงเปลี่ยนเส้นทางมา จ.นครสวรรค์ เข้ากรุงเทพฯ มุ่งสู่ปักษ์ใต้เข้าสู่ จ.สงขลา ไปจนถึง ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา เข้าสู่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย

รายงานพิเศษ

หลังธุดงค์ไปภาคเหนือและภาคใต้นานร่วม 8 ปี จึงกลับมาเยี่ยมบิดา-มารดา พักที่ป่าบ้านนามะเขือกับสามเณรโสม หยุดเดินธุดงค์ เพื่อหาที่ตั้งวัดเผยแผ่ธรรม ชาวบ้าน 4 หมู่บ้าน จึงช่วยสร้างกุฏิขึ้น 2 หลัง อีก 3 ปีจึงสร้างศาลาไม้

ผ่านไป 5 ปี ผู้คนเริ่มมีความศรัทธาเข้ามาบวชและปฏิบัติธรรมในวันพระจนล้นศาลา

สำหรับพื้นที่ 4 หมู่บ้านดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดง ชาวบ้านหนีหมด ทหารแนะนำให้ท่านย้ายหนี เกรงจะเกิดอันตราย แต่หลวงปู่อวนยืนยันไม่ย้ายหนีไปไหน ก่อนพัฒนาวัดเรื่อยมา กระทั่งพระสารภาณมุนี (หลวงปู่จันทร์ เขมิโย) เจ้าคณะจังหวัดขณะนั้น แนะนำให้เขียนป้ายชื่อวัด โดยเอาฉายาหลวงปู่กินรีมาเป็นชื่อวัด

หลวงปู่อวนอาพาธด้วยโรคไตมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ก่อนเข้ารับการรักษาที่ ร.พ.ปลาปาก แพทย์วินิจฉัยว่าอาพาธด้วยโรคไตเรื้อรัง ถูกส่งตัวไปรักษาที่ ร.พ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น แต่เครื่องฟอกไตไม่เพียงพอ จึงส่งตัวกลับมาฟอกไตสัปดาห์ละ 2 ครั้งที่ ร.พ.ปลาปาก

เวลา 09.55 น. วันที่ 15 พ.ค.2547 หลวงปู่อวนมรณภาพอย่างสงบ ด้วยโรคไตวายเฉียบพลัน สิริอายุ 76 ปี พรรษา 56

ด้วยความที่เป็นพระกัมมัฏฐานที่มีความเคร่งครัดในการปฏิบัติวิปัสสนา จึงไม่นิยมจัดสร้างวัตถุมงคล ทำให้พระเครื่องมีจำนวนน้อยจนนับรุ่นได้ ซึ่งส่วนใหญ่คณะศิษย์จัดสร้างถวายในวาระพิเศษเท่านั้น

รายงานพิเศษ

เหรียญรุ่นแรกจัดสร้างในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 5 รอบ 60 ปี เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2531 เพื่อนำเงินที่ได้รับจากการเช่าหาสมทบทุนบำรุงวัด

ลักษณะเป็นทรงรูปไข่ มีหูห่วง ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงปู่อวนครึ่งองค์ ด้านข้างสลักตัวหนังสือนูน “หลวงพ่ออวน ปคุโณ วัดจันทิยาวาส อ.ปลาปาก จ.นครพนม” ด้านล่างใต้รูปเหมือนหลวงปู่ เขียนคำว่า “รุ่น ๑”

ด้านหลังเป็นชุดอัฐบริขาร ประกอบด้วย ร่ม บาตร กาน้ำ (เซียนพระเรียกเหรียญรุ่นหลังบาตร) ด้านล่างระบุ “ที่ระลึกครบ ๕ รอบ ๑๙ ส.ค. ๓๑” ขอบเหรียญสลักยันต์อักขระมงคลหลวงปู่อวน

เหรียญรุ่นนี้ได้ตอกโค้ดหยดน้ำไว้ที่บริเวณจีวร ส่วนเนื้อเงินจะตอกโค้ดไว้ใต้ตัวหนังสือ ผ่านการประกอบพิธีพุทธาภิเษกภายในอุโบสถวัดจันทิยาวาส มีหลวงปู่อวนเข้าร่วมพิธี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน