วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบหมายให้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้าง “หอพระนาคปรก” โดยมี นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง น.ส.พรหมภัสสร เกี่ยวข้อง ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูง หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ สวนสิรินธราภิรมย์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ข่าวสดพระเครื่อง

โอกาสนี้นายชัยวัฒน์ ประธานในพิธีได้เข้าประจำยังมณฑลพิธีเพื่อประกอบพิธีบวงสรวง โดยเริ่มจากการจุดธูปเทียนบูชาฤกษ์ที่โต๊ะเครื่องบวงสรวง และปักธูปบริวารที่เครื่องสังเวย เพื่อบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นหัวหน้าโหรพราหมณ์ได้อ่านโองการบวงสรวงบูชาฤกษ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ลำดับต่อมาประธานในพิธีได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยเริ่มจากการหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ เจิมแผ่นอิฐทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ พร้อมทั้งตอกไม้มงคล 9 ชนิดลงสู่ก้นหลุมฤกษ์ ก่อนวางแผ่นอิฐทอง นาก เงิน แผ่นศิลาฤกษ์ และวางพลอยนพเก้าตามลำดับ จากนั้นประธานในพิธีพร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงร่วมกันโปรยดอกไม้เพื่อความเจริญรุ่งเรือง เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ

ข่าวสดพระเครื่อง

สำหรับโครงการก่อสร้าง “หอพระนาคปรก” แห่งนี้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้น โดยเน้นความวิจิตรบรรจงทางสถาปัตยกรรมไทย ก่อสร้างเป็นอาคารจัตุรมุขคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับลวดลายด้วยบัวปูนปั้นที่มีความละเอียดอ่อนช้อย ฐานอาคารเป็นลักษณะย่อมุมไม้ 12 (สิบสอง) ส่วนยอดบนประดับด้วยเครื่องยอดทรงพระปรางค์ 5 ยอด ซึ่งสื่อถึงความสง่างามและความมั่นคงสถาพร

ข่าวสดพระเครื่อง

ภายในหอพระอัญเชิญ “พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร” มาประดิษฐานเป็นพระประธาน โดยจะประดิษฐานหันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ ซึ่งพุทธลักษณะขององค์พระนั้นได้รับต้นแบบและความเมตตาอนุเคราะห์จากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธัมมธโช) แห่งวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร รูปแบบพุทธศิลป์มีความงดงามตามแบบฉบับ “ศิลปะสุโขทัย” ที่ได้รับแรงบันดาลใจอันทรงคุณค่ามาจากพระนาคปรกเก้าเศียรศรีสัชนาลัย วัดพระธาตุเจ็ดแถว จ.สุโขทัย นำมาผสมผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของยุคสมัยรัตนโกสินทร์ได้อย่างลงตัว

ข่าวสดพระเครื่อง

ลักษณะเด่นขององค์พระเป็นพุทธปฏิมากรรมร่วมสมัยที่หล่อแยกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนองค์พระพุทธรูป และส่วนฐานรองรับ อันประกอบด้วยขนดนาคซ้อนเรียงขึ้นเป็นฐาน 7 ชั้น โดยมี “พญามุจลินทร์” แผ่พังพานขึ้นเป็น 9 เศียร หรือ “มหานวะนาค” เพื่อเป็นพุทธบัลลังก์ถวายการอารักขาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ทรงปลอดจากเภทภัยภยันตรายและหมู่มารที่มาผจญ รวมถึงคุ้มแดดคุ้มฝนให้ทรงสำราญพระวรกาย ตามตำนานพุทธประวัติที่เล่าขานสืบต่อกันมา

ข่าวสดพระเครื่อง

ข่าวสดพระเครื่อง

ทั้งนี้ หอพระนาคปรกจะประดิษฐานอย่างโดดเด่นสง่างาม ณ พื้นที่ “สวนสิรินธราภิรมย์” ใจกลางศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนับเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตใจ ด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดสวนแห่งนี้เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา การใช้พื้นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ซึ่งเปรียบเสมือน “ปอด” และพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นสวยงาม ผนวกกับเป็นที่ตั้งของหอพระ จึงเป็นการผสานรวมศูนย์รวมจิตใจและศูนย์รวมสุขภาพกายใจเข้าไว้ด้วยกัน นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ข่าวสดพระเครื่อง

ข่าวสดพระเครื่อง

การก่อสร้างหอพระนาคปรกครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญเปรียบเสมือนการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในการปฏิบัติหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” พี่น้องประชาชนภายใต้ร่มเงาแห่งพุทธธรรมและการคุ้มครองป้องกันภัยให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงสถาพรสืบไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน