“พระพุทธสิหิงค์” เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวไทยสักการบูชามาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล และมีอยู่หลายองค์ด้วยกันกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ
ที่ถือว่าเป็นองค์แท้จริงมีเพียง 3 องค์คือ องค์แรกประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร, องค์ที่สองประดิษฐานที่วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ ส่วนองค์ที่สามประดิษฐาน ที่หอพระพุทธสิหิงค์ จ.นครศรีธรรมราช
พระพุทธสิหิงค์ นครศรีธรรมราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชรแบบขนมต้ม มีพระพักตร์กลม อมยิ้ม พระอุระอวบอ้วน ประทับนั่งในท่าขัดสมาธิเพชร ชายสังฆาฏิสั้นระดับพระถัน วัสดุสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 14 นิ้ว สูง 16.8 นิ้ว สกุลช่างนครศรีธรรมราช นับเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด
ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระพุทธสิหิงค์ ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางจังหวัดและศาลจังหวัด แต่เดิมเป็นหอพระประจำวังของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช อยู่ในบริเวณที่ตั้งวังเดิมของเจ้าพระยานคร (น้อย)
วัตถุมงคลของพระพุทธสิหิงค์ มีการจัดสร้างวัตถุมงคลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นพระบูชา พระเครื่อง หรือเหรียญ
ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงของภาคใต้คือ “พระผงพระพุทธสิหิงค์ ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ปี 2530” สร้างขึ้นในวาระสร้างศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2530 จึงนับเป็นรุ่นแรกของศาลหลักเมืองอีกด้วย

พระผงพระพุทธสิหิงค์
ลักษณะเป็นพระเนื้อผง ประกอบด้วยมวลสารศักดิ์สิทธิ์สำคัญ อาทิ ไม้ตะเคียนทองหลักเมือง, ปูนเปลือกหอย, ปูนหิน, ดินสังเวชนียสถานทั้ง 4, ดิน 7 ป่าช้า, แร่ 7 เหมือง, ข้าวสุก 7 นา, ผงกะลาตาเดียว, เกสรดอกไม้ 108 ชนิด, ว่านมงคล 108 ชนิด ฯลฯ
ลักษณะพิมพ์ทรง เป็นรูปทรงแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบชิ้นฟัก
ด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปจำลองพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย เหนืออาสนะฐานบัวเล็บช้าง 2 ชั้น รองรับด้วยฐานเขียง อยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว เส้นซุ้มแกะเป็นรูปก้นหอยหรือสะดือทะเลน้อยใหญ่ จำนวน 21 วง และรองรับฐานซุ้มด้วยฐานหน้ากระดาน 3 ชั้น องค์พระแลดูอวบอ้วนสมบูรณ์ พระอุทรพลุ้ยเล็กน้อย ปรากฏเส้นจีวรและเส้นสังฆาฏิ
ด้านหลังเป็นรูปพระราหูอมสุริยัน-จันทรา ด้านล่างกำกับด้วยยันต์หัวใจพระคาถา 3 ตัวคือ ยันต์หัวใจธรณี, หัวใจมนุษย์ และหัวใจพระคาถากำกับธาตุ ตามคติธรรมของชาวศรีวิชัย
จำนวนการจัดสร้างเป็นหลักแสนองค์ ทำให้มีแม่พิมพ์หลายบล็อก รายละเอียดจึงแตกต่างกันไปบ้าง เช่น พระเกศ จะมี 3 ลักษณะคือ เกศบัวตูม, เกศแหลม และเกศยาวคล้ายเปลวเพลิงชนเส้นซุ้ม หรือพระบางองค์พระอังสกุฏ (ไหล่) ข้างขวาจะกว้าง พระพาหา (แขน) อ่อนเข้าหาองค์เล็กน้อย
กล่าวไว้ว่า “พระพุทธสิหิงค์เมื่อประทับอยู่ ณ ที่ใด ย่อมทรงทำให้พระพุทธศาสนารุ่งเรืองดั่งดวงประทีปชัชวาล เหมือนหนึ่งว่าพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่”