โครงการ “ธรรมรักษ์นิเวศน์” บ้านพักผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้าย วัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2535 ภายใต้การดูแลของ “พระราชวิสุทธิประชานาถ” หรือพระอาจารย์อลงกต ติกขปัญโญ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้สังคมให้เมตตาและมีมนุษยธรรมต่อผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ถูกทอดทิ้ง

มีพระสงฆ์ แพทย์ พยาบาล อาสาสมัครเป็นผู้ดูแลร่วมกัน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ให้บริการสาธารณกุศล สงเคราะห์ทั้งที่พัก อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย
โครงการดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายเดือนละเป็นจำนวนมากมายมหาศาล บางเดือนเงินไม่มีหรือไม่เพียงพอ ภาระจึงตกอยู่ที่พระอาจารย์อลงกตเพียงรูปเดียว ด้วยการออกตระเวนบอกบุญ ต่อสู้ฟันฝ่าและทำทุกวิถีทาง เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต
ช่วงเดือน ส.ค.2568 เกิดประเด็นข่าวฉาวเกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ สั่นสะเทือนวงการสงฆ์อีกระลอก ต่อจากคดีสีกากอล์ฟที่เข้าไปพัวพันเชิงชู้สาวกับพระสงฆ์จำนวนมาก

หมอบี
เริ่มจาก “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” หรือ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล ถูกแฉว่า มีการทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ ในฐานะเป็นคนใกล้ชิดพระราชวิสุทธิประชานาถ โดยถูกกล่าวหาว่านำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ซึ่งหมอบี ได้ออกมาชี้แจงประเด็นที่ถูกพาดพิง
หลังจากนั้น วันที่ 7 ส.ค.2568 หมอบีเข้าพบตำรวจกองปราบฯ เพื่อชี้แจงข้อมูลเงินบริจาคและแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ด้านหลวงพ่ออลงกต ออกมาชี้แจงกรณีเงินวัดพระบาทน้ำพุว่า ที่ผ่านมาได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกรณีที่หมอบีรับเงินบริจาคผ่านบัญชีส่วนตัวแล้ว ยอมรับว่าตนเซ็นเอกสารโดยไม่ได้อ่านให้ละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้เกิดความผิดพลาดได้ พร้อมทั้งยืนยันว่า หากการตรวจสอบของตำรวจพบการทุจริตจริง ทางวัดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ความจริงเริ่มปรากฏ ด้วยสังคมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ จนนำไปสู่การพบพิรุธมากมายหลายประเด็นเกี่ยวกับหลวงพ่ออลงกต ทั้งเรื่องเงินบริจาคโครงการ และมูลนิธิต่างๆ รวมไปถึงอาคารเมตตาธรรม ถูกทิ้งร้างจนมีสภาพทรุดโทรม ของบริจาคหมดอายุ ถูกวางทิ้งกระจัดกระจาย

อีกทั้ง ยังเกิดประเด็นร้อนเกี่ยวกับหลวงพ่ออลงกต สวมชื่ออดีตข้าราชการกรมชลประทานที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งต่อมากรมการปกครองชี้แจงว่าเลขประจำตัวประชาชนไม่ซ้ำกัน แต่มีนามสกุล “พลมุข” กับ “พูลมุข”

นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเรื่องพิรุธในการทำธุรกรรมพร้อมเพย์และค่าโทรศัพท์ที่ผูกกับชื่อ “พระ” แทน “นาย” และการตรวจสอบความโปร่งใสของเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ
จากกระแสความอื้อฉาวไม่หยุดหย่อน หลวงพ่ออลงกตได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 ส.ค. หลังมีกระแสข่าวเรื่องการตรวจสอบเงินบริจาค โดยหลวงพ่ออลงกตให้เหตุผลเพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบต่างๆ เป็นไปอย่างโปร่งใสสร้างความเชื่อมั่น เป็นไปตามขั้นตอนทางศาสนา

วันที่ 19 ส.ค. นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต้องลงพื้นที่ด้วยตัวเองเพื่อตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุ หลังมีกระแสข่าวเรื่องการบริหารจัดการเงินบริจาคและข้อกล่าวหาต่างๆ ต่อหลวงพ่ออลงกต โดยมีการสั่งให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ที่ดิน และประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยให้กรอบเวลาตรวจสอบ 10 วัน

วันที่ 26 ส.ค. ตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมหลวงพ่ออลงกตที่วัดพระบาทน้ำพุ และหมอบีที่บ้านพักย่านประชานิเวศน์ กรุงเทพฯ ในข้อหาทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ โดยตำรวจได้เข้าจับกุมทั้งสองที่วัดและบ้านพัก มีการยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทคืนมา

หลังการสอบปากคำและเจรจาของเจ้าหน้าที่ หลวงพ่ออลงกต ตัดสินใจลาสิกขาจากสมณเพศในวันเดียวกันนั้น เพื่อให้เข้าสู่ขั้นตอนดำเนินคดีตามกฎหมายได้
กล่าวคำลาสิกขา พร้อมเปลี่ยนเป็นชุดขาว
โดยกล่าวถึงการทำงานที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 30 ปี และยอมรับว่าอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นระหว่างทางธรรมและทางโลก

หลังการลาสิกขา เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีหลายข้อหา และมีการตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ส่วนหมอบีถูกร่วมดำเนินคดีฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด
ทั้งคู่ถูกจับกุมและฝากขังในเรือนจำ โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง มีโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนี

ต่อมา สามารถตามอายัดทรัพย์สินทั้งที่ดินและอื่นๆ รวมกว่า 1 หมื่นล้าน
ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ยังคงสืบสวนขยายผล เพื่อเอาผิดผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ และติดตามทรัพย์สินที่ยังตกค้างกลับคืนสู่วัดพระบาทน้ำพุต่อไป