ส่งท้ายปีมะเส็ง พ.ศ.2568 วงการสงฆ์ไทยสูญเสียพระภิกษุเรืองนาม ผู้คร่ำหวอดหลากหลายด้าน ทั้งพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ พระสายปฏิบัติ พระเกจิคณาจารย์ดัง พระนักปกครองผู้มากด้วยประสบการณ์ พระนักเทศน์เผยแผ่ธรรม

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (พิจิตร ฐิตวัณโณ)
♦อาลัย ‘สมเด็จพระมหามุนีวงศ์’
เป็นข่าวเศร้าส่งท้ายปี พ.ศ.2567 ก่อนย่างเข้าสู่ปี พ.ศ.2568
ย้อนไป เมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 25 ธ.ค.2567 เวลา 21.15 น. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (พิจิตร ฐิตวัณโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุต) ละสังขารลงอย่างสงบ ภายหลังอาพาธและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์ สิริอายุ 88 ปี พรรษา 68
นิพนธ์หนังสือพระพุทธศาสนาจำนวนมาก โดยเฉพาะด้านการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา จนได้รับการยกย่องจากมหาเถรสมาคม และเปิดโครงการอบรมกัมมัฏฐานในที่ต่างๆ เทคนิควิธีการสอนปฏิบัติกัมมัฏฐาน เกิดจากการศึกษาอย่างแตกฉานด้านปริยัติ การปฏิบัติด้วยตนเอง และการประยุกต์ใช้ให้ทันกับสภาพสังคม
กล่าวได้ว่า โดดเด่นทั้งด้านการบริหารและด้านวิชาการ เปี่ยมเมตตาคุณเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา

พระพรหมวชิรธีรคุณ (สมคิด เขมจารี)
♦สิ้น‘พระพรหมวชิรธีรคุณ’
ชุมชนเขตคลองสาน ให้ความเคารพ “พระพรหมวชิรธีรคุณ” (สมคิด เขมจารี) แห่งวัดทองนพคุณ พระอารามหลวง ด้วยเป็นพระเถระที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตนสำหรับพระภิกษุ-สามเณรรุ่นหลัง รวมทั้งคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน เจริญรอยตาม
แต่เมื่อเวลา 13.08 น. วันที่ 14 ม.ค.2568 วงการสงฆ์ ต้องได้รับทราบข่าวเศร้า ด้วยพระพรหมวชิรธีรคุณ ละสังขารด้วยอาการสงบ จากอาการอาพาธด้วยโรคชรา สิริอายุ 80 ปี พรรษา 60 ที่โรงพยาบาลตากสิน กรุงเทพฯ
งานด้านการศึกษา ถือเป็นงานที่พระพรหมวชิรธีรคุณ มีความถนัดเป็นงานที่มีใจรักเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบงานด้านการศึกษาในสำนักเรียนมาในทุกระดับ นับตั้งแต่เป็นครูสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
จึงถือเป็นผู้ใฝ่การศึกษาพัฒนาตนอยู่เป็นเนืองนิตย์
แม้กายดับสูญ แต่คุณงามความดียังอยู่ไม่เสื่อมคลาย

หลวงพ่อสมชาย พุทธสโร
♦‘หลวงพ่อสมชาย พุทธสโร’สิ้นลมสงบ
ข่าวเศร้าในวงการสงฆ์ “หลวงพ่อสมชาย พุทธสโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดโพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พระเกจินักพัฒนา ศิษย์เอกเพียงหนึ่งเดียวที่สืบทอดวิทยาคมของ หลวงพ่อแจ๋ ติสสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พระเกจิชื่อดัง
เป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง พูดจริง ทำจริง ใครที่ได้เข้ามากราบนมัสการสนทนาพูดคุยจะได้ข้อธรรมมากมาย
อีกทั้ง ปัจจัยเงินทองที่ได้มาจากการบริจาคหรือจากการทำบุญบูชาวัตถุมงคล จะนำไปใช้สร้างวัดโพรงอากาศจนหมดสิ้น
ผลงานชิ้นสำคัญ คือ อุโบสถมหาเจดีย์ ซึ่งเป็นอุโบสถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน จ.ฉะเชิงเทรา มีเสาโบสถ์ขนาด 3 คนโอบ จำนวนถึง 196 ต้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของวัดโพรงอากาศที่โดดเด่นสะดุดตา
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 22 ม.ค.2568 มรณภาพลงอย่างสงบ ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน สิริอายุ 79 ปี พรรษา 59 ที่โรงพยาบาลพุทธโสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

พระราชวิมลโมลี (มานพ ปิยสีโล)
♦คารวาลัย‘พระราชวิมลโมลี’
วงการคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ สูญเสีย “พระราชวิมลโมลี” (มานพ ปิยสีโล) อดีตเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์, อดีตรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดศาลาลอย พระอารามหลวง และอดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ละสังขารแล้วอย่างสงบ เมื่อเวลา 16.48 น. วันที่ 29 ม.ค.2568 ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ สิริอายุ 63 ปี พรรษา 42
หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธอย่างต่อเนื่อง จากโรคมะเร็งปอด และติดเชื้อในกระแสโลหิต ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.2568 ที่ผ่านมา
งานด้านการศึกษา ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเป็นเจ้าสำนักเรียนคณะจังหวัดสุรินทร์ (นักธรรม-บาลี, ธรรมศึกษา-บาลีศึกษา)
ด้วยอายุขัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยชราภาพ สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม กระทั่งเกิดล้มป่วยอาพาธ
ท้ายที่สุด มรณภาพลงอย่างสงบ

หลวงปู่อำคา ถาวโร
♦‘หลวงปู่อำคา ถาวโร’ พระดีที่จากไป
“พระครูอดุลพัชราภรณ์” หรือ “หลวงปู่อำคา ถาวโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดประชานิมิต อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ พระเกจิชื่อดังและยังเป็นพระนักพัฒนา ที่มีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัย
ทุ่มเททำงานตลอดระยะเวลา 66 พรรษา ที่ดำรงเพศบรรพชิต ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา พระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชน
ด้วยอายุขัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยชราภาพ สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม กระทั่งเกิดล้มป่วยอาพาธเป็นประจำ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง
กระทั่งต่อมา มีร่างกายอ่อนเพลีย คณะศิษย์นำส่งเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ม.ค.2568 แต่เนื่องจากชราภาพ จึงละสังขารอย่างสงบ ด้วยวัยวุฒิ 98 ปี พรรษา 77 เมื่อเวลา 16.08 น. ช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 10 ก.พ.2568
สร้างความเศร้าสลดอาลัยเป็นอย่างยิ่ง

พระพรหมเวที (สุเทพ ผุสสธัมโม)
♦ศิษย์ร่ำไห้ สิ้น‘พระพรหมเวที’
พระพรหมเวที (สุเทพ ผุสสธัมโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 เป็นพระนักปกครองที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และเป็นนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถ
จนเป็นที่เคารพรักของศิษยานุศิษย์และผู้ที่รู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง
แต่ด้วยวัยที่มากขึ้น สุขภาพไม่แข็งแรง อาพาธเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือน ก.ค.2567 ทำให้ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสได้
ดังนั้น เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม จึงแต่งตั้งให้มีผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ แทนท่าน ผ่านมติที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2567
พระพรหมเวทีสิ้นลมสงบ เมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 14 พ.ค.2568 เวลา 19.25 น. หลังจากเข้ารักษาอาการอาพาธ ณ โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ สิริอายุ 84 ปี พรรษา 63
นำสังขารกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดพระปฐมเจดีย์ โดยมีหน่วยงานราชการ พ่อค้า ประชาชนและคณะศิษย์จำนวนมากร่วมถวายอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

พระเทพวชิรปฏิภาณ (ดำเนิน อัตถจารี)
♦สิ้นเถระชุมพร‘พระเทพวชิรปฏิภาณ’
ชาวชุมพร ล้วนแต่ให้ความเคารพและศรัทธา “พระเทพวชิรปฏิภาณ (ดำเนิน อัตถจารี)” เจ้าอาวาสวัดราชบุรณะ พระอารามหลวง จ.ชุมพร และเจ้าคณะจังหวัดชุมพร
ด้วยเป็นพระนักการศึกษา พระนักปกครอง พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ประกอบด้วยคุณธรรม เป็นพระสังฆาธิการที่มีศีลาจารวัตรและวัตรปฏิบัติอันงดงาม
เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้จัดสร้างพุทธมณฑลจังหวัดชุมพร เพื่อเป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา และศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้าด้านพระพุทธศาสนา
ช่วงบั้นปลายชีวิต อาพาธเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัว คือ โรคไต
กระทั่งเมื่อเวลา 00.29 น. วันที่ 1 ส.ค.2568 ละสังขารอย่างสงบที่โรงพยาบาลหลังสวน

หลวงปู่ขำ เกสโร
♦หลวงปู่ขำ เกสโร’ถึงแก่มรณภาพ
“วัดหนองแดง” จัดเป็นวัดที่เก่าแก่อีกวัดหนึ่งในเขต ต.หนองกุง อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม
หลวงปู่ขำ เกสโร หรือ พระครูโสภณสราธิการ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองแดง เป็นพระเถระที่อายุและพรรษามากที่สุดรูปหนึ่งของแวดวงพระสงฆ์เมืองมหาสารคาม อยู่ในศรัทธาของสาธุชนและพื้นที่ใกล้เคียงมาอย่างยาวนาน
สืบสายธรรมจากหลวงปู่เนาว์ ยโสธโร อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านหนองแดง อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม
ด้านการสร้างวัตถุมงคล หลวงปู่ขำไม่ได้จัดสร้างบ่อยนัก นานครั้งในวาระพิเศษจึงจะมีการจัดสร้างสักครั้งหนึ่ง ทำให้วัตถุมงคลของท่านมีจำนวนไม่มากนัก แต่ได้รับความนิยม
ช่วงบั้นปลายชีวิต สุขภาพที่เริ่มถดถอยลง ตามประสาคนวัยชรา
กระทั่งเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2568 มีอาการอ่อนเพลีย คณะศิษย์จึงรีบนำตัวเข้ารับการรักษาที่ร.พ.มหาสารคาม หลังจากที่ได้รับการรักษาจากคณะแพทย์ แต่อาการไม่ดีขึ้นเนื่องจากท่านมีอายุมาก
สุดท้าย ละสังขารอย่างสงบ เช้าวันที่ 19 พ.ย.2568 เวลาประมาณ 06.00 น. เศษ สิริอายุ 98 ปี พรรษา 78

พระราชมงคลวชิรโกศล (คำบ่อ ฐิตปัญโญ)
♦มรณภาพสงบ‘พระราชมงคลวชิรโกศล’
“พระราชมงคลวชิรโกศล” หรือ “หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ” เจ้าอาวาสวัดใหม่บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เป็นศิษย์ผู้ดำเนินปฏิปทาตามรอยธรรมคำสอนจากครูบาอาจารย์หลายรูป หนึ่งในพระเถราจารย์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต แห่งภาคอีสาน ที่ดำรงตนอย่างมั่นคงในวัตรปฏิบัติตามปฏิปทาพระป่ากัมมัฏฐาน
ตลอดชีวิตสมณเพศ ท่านบำเพ็ญธุดงควัตร และปฏิบัติภาวนาตามป่าเขานานนับสิบปี เพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจให้หลุดพ้นจากกิเลส จนเป็นที่ยอมรับของศิษย์
ด้วยมีอายุสูงวัย สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงดังเดิม เข้ารับการรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.2568 ด้วยภาวะปอดติดเชื้อ
ท้ายที่สุด ละสังขารลงด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา 09.50 น. วันอังคารที่ 25 พ.ย.2568 สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74

หลวงปู่แผ้ว ปวโร
♦เกจิดังนครปฐม‘หลวงปู่แผ้ว ปวโร’
เมืองนครปฐมมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป หนึ่งในนั้นคือ “หลวงปู่แผ้ว ปวโร” หรือ “พระราชมงคลวชิราคม” พระเกจิชื่อดังแห่งวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
ได้รับการขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งเมืองกำแพงแสน” พระเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตา มากด้วยบารมี เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา เป็นที่เคารพนับถือของศิษยานุศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไป
เป็นพระเกจิเถราจารย์อาวุโส เป็นที่เลื่อมใสของคณะศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นชาวนครปฐมหรือจังหวัดใกล้เคียง
ด้วยความชราภาพจึงมรณภาพอย่างสงบ เมื่อกลางดึกคืนวันพุธที่ 17 ธ.ค.2568 เวลา 00.01 น. ณ กุฏิร่มเย็น วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
สิริอายุ 103 ปี พรรษา 83