“พระครูสุนทรวชิรเวช” หรือ “หลวงพ่อจ่าง อเชยโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร (โค้งข่อย) ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และอดีตเจ้าคณะอำเภอท่ายาง พระเกจิอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีความชำนาญด้านการรักษาโรคกระดูก และเจ้าตำรับเครื่องราง ตะกรุดคำหมาก
เกิดในตระกูลเปี่ยมศรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.2451 เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ที่บ้านท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
อายุ 20 ปีเข้าพิธีอุปสมบท โดยมี เจ้าอธิการฉิม วัดท่าคอย เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อโต๊ะ วัดท่อเจริญธรรม และ หลวงพ่อหอม วัดท่ามะเกลือ เป็นคู่สวด ได้รับฉายาว่า “อเชยโย”

เล่าเรียนอักขระภาษาไทย ภาษาขอม ตลอดทั้งพระปริยัติธรรม ท่องบทสวดมนต์ อันได้แก่ มูลกัจจายนะ เจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน ปาฏิโมกข์สัททสังคหสูตรตามสมัยนิยมจนจบ และวิชาแพทย์แผนโบราณจนเชี่ยวชาญ
ตลอดจนศึกษาวิทยาคมต่างๆ จากเจ้าอธิการฉิม วัดท่าคอย พระเกจิอาจารย์เลื่องชื่อรูปหนึ่งของ จ.เพชรบุรี
พรรษาที่ 3 เริ่มออกธุดงค์เพื่อบำเพ็ญเพียรและฝึกสมาธิให้ กล้าแข็ง โดยท่องไปยังสถานที่สำคัญ เช่น กาญจนบุรี จ.ตาก และข้ามไปยังประเทศพม่า ก่อนกลับเข้ามาทาง จ.เชียงราย เชียงใหม่
เดินทางไปกราบสักการะพระธาตุดอยสุเทพ และพระพุทธบาทสี่รอย (พระบาทรังรุ้ง) ถึง 2 ครั้ง
ระหว่างธุดงค์ยังศึกษาและแลกเปลี่ยนวิชากับพระอาจารย์ ชื่อดังหลายรูป และเมื่อกลับมาวัดท่าคอย ได้ศึกษาวิชาเพิ่มเติมจากพระคณาจารย์ชื่อดังในยุคนั้น อาทิ เจ้าอธิการฉิม ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่ทองสุข วัดโตนดหลวง, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง, หลวงพ่อผิน วัดโพธิ์กรุ, หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ, หลวงพ่อโต๊ะ วัดท่อเจริญธรรม, หลวงพ่อเจิม วัดกุฏิทอง ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีอาจารย์ที่เป็นฆราวาส ผู้เชี่ยวชาญในสรรพวิชาอีกหลายท่าน
พ.ศ.2495 ขณะมีอายุ 45 ปี พรรษา 25 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเขื่อนเพชร ซึ่งในขณะนั้นยังใช้ชื่อว่า “วัดโค้งข่อย”
ต่อมามีการสร้างเขื่อนเพชรบุรี เพื่อกันน้ำบริเวณเหนือวัดจึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดเขื่อนเพชร จนถึงปัจจุบัน
สมัยก่อนสภาพวัดเขื่อนเพชรชำรุดทรุดโทรม หลวงพ่อจ่างใช้เงินจากมรดกส่วนตัวเป็นทุนบูรณะพัฒนาสิ่งก่อสร้าง ศาสนสถาน ทั้งด้านการซ่อมแซมของเก่า และสร้างถาวรวัตถุเพิ่มเติม อาทิ อุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ และเมรุ
ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบล ท่าคอย และเจ้าคณะอำเภอท่ายาง ตามลำดับ
และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูสุนทรวชิรเวช”
เป็นพระที่มีอัธยาศัยไมตรี เปี่ยมไปด้วยความเมตตา สิ่งที่โดดเด่นของท่านคือ ความรู้ความเชี่ยวชาญวิชาแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะการรักษาโรคกระดูกแตก กระดูกหัก
เมื่อครั้ง อ.ท่ายางยังไม่มีโรงพยาบาลประจำอำเภอ วัดเขื่อนเพชรเป็นศูนย์รวมของผู้ป่วยทุกชนิด ตั้งแต่โรคทางกายและผู้ที่ถูกคุณไสยเข้าสิง มารับการรักษา

ท่านเป็นหมอใหญ่ช่วยเยียวยาชีวิตผู้คนไว้มากมาย สงเคราะห์อย่างเสมอภาคกับผู้ป่วยทุกคน ไม่เรียกร้องเงินทอง แถมยังจัดหาที่พักและอาหารให้ทุกมื้อ
วิชาที่เลื่องลือคือ “วิชาสมานกระดูก” ท่านเก่งมากในเรื่องกระดูก กระดูกหักมาให้ท่านรักษาด้วยการใช้น้ำมนต์ทา เข้าเฝือกให้ ปัดด้วยมนต์คาถา ทำให้กระดูกที่แตกหักประสานติดกัน
เป็นแพทย์แผนโบราณ ใช้สมุนไพรไทยกับวิทยาคมรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับญาติโยมทั่วไป
นอกจากนี้ ยังเชี่ยวชาญในพิธีสวดบังสุกุลเป็น บังสุกุลตาย ขับไล่สิ่งไม่ดี เสริมดวงชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งโชคลาภ แก่ชีวิตครอบครัว ที่ได้รับความศรัทธาจากลูกศิษย์ลูกหาเป็นอย่างมาก
หลวงพ่อจ่างมรณภาพอย่างสงบ ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ที่โรงพยาบาลราชบุรี เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2545 สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74
ด้านวัตถุมงคลล้วนเป็นที่นิยมสะสม แต่ที่ได้รับความนิยมสูงคือ เหรียญรุ่น 1 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2513 ที่ระลึกในงานฉลองพระประธาน

ลักษณะเหรียญรูปไข่ เนื้อกะไหล่ทองสร้างจากเนื้อทองที่เหลือจากการเททองสร้างองค์พระประธานวัดเขื่อนเพชร
ด้านหน้าเป็นรูปองค์พระประธาน ด้านบนมีอักษร “ในงานฉลองพระประธานวัดโค้งข่อย” ด้านล่างเป็นเลขไทย “๒๕๑๓”
ด้านหลังเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อจ่างหน้หนุ่มครึ่งองค์ มีอักษรจารึกด้านล่างว่า “พระครูสุนทรวชิรเวท”
ปัจจุบันพระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงพ่อจ่าง ได้รับคำกล่าวเล่าขานในเรื่องประสบการณ์จากผู้ที่เคารพบูชาต่างๆ มากมาย ซึ่งล้วนแสดงถึงพุทธคุณที่บรรจุลงไปในวัตถุมงคลว่าเข้มขลังครอบคลุมทุกด้าน
ทำให้ปัจจุบันวัตถุมงคลยังคงเป็นที่ศรัทธา เป็นที่ต้องการของนักสะสม และผู้นิยมศึกษาพระเครื่องเก็บเพื่อเคารพบูชา
เริ่มหาได้ยากยิ่งและมีมูลค่าสูงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ