วัดท่าหนองจันทน์ตั้งอยู่บ้านหนองจันทน์ หมู่ 13 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม สังกัดสงฆ์มหานิกาย อยู่ห่างริมฝั่งแม่น้ำโขง 200 เมตร หรือชาวบ้านเรียกดอนหมากกระทัน อยู่ตรงกับวัดพระธาตุศรีโคตรตะบอง แขวงคำม่วน สปป.ลาว
วัดแห่งนี้เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การย้ายเมืองมรุกขนคร มาตั้งที่บริเวณบ้านหนองจันทน์ในปี พ.ศ.2329 เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่กรมศิลปากรมีการขุดค้นวัดร้างและโบราณสถานมากถึง 30 แห่ง มีจอมปลวกพญานาคผุดขึ้นมาที่วัดนี้ สร้างความฮือฮาจนมีผู้มาขอโชคลาภ สมปรารถนามานับครั้งไม่ถ้วน

ปัจจุบันพระอธิการสบายใจ อโสโก อายุ 65 ปี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส
วัดแห่งนี้ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างชัดเจน เดิมเป็นวัดร้างที่ย้ายเมืองมาจากเมืองมรุกขนครในอดีต มาสร้างเมืองใหม่ที่บ้านหนองจันทน์ เป็นวัดร้าง 1 ในวัดของเมืองเก่าในอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ที่ล่มสลายไป

นายธนิตศักดิ์ อุ่นตา อดีตวัฒนธรรม จ.นครพนม กล่าวว่า วัดท่าหนองจันทน์เกี่ยวเนื่องกับประวัติการสร้างวัดพระธาตุศรีโคตรตะบอง ฝั่ง สปป.ลาว เป็นเมืองเดียวกันในอาณาศรีโคตรบูรณ์โบราณ ในศาลาการเปรียญวัดท่าหนองจันทน์ มีพระพุทธรูปประธานนามว่า “พระเจ้าใหญ่” เป็นพระพุทธรูปศิลปะก่อนล้านช้าง คล้ายกับพระพุทธรูปในอุโบสถวัดพระธาตุศรีโคตรตะบองฝั่งลาว สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี

หลังเจ้าอาวาสวัดรูปปัจจุบันพัฒนาวัดแห่งนี้ 10 ปี ทำนุบำรุงเสนาสนะปฏิสังขรณ์สิมเก่าโบราณยาว 10 เมตร กว้าง 7 เมตร สร้างครอบสิมเดิมให้มีความสวยงาม ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิสูง 1 เมตร มีจิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวของพุทธประวัติ และยังมีบ่อน้ำโบราณปากทางเข้าวัด
เป็นวัดที่ร่มรื่นมีต้นไม้ใหญ่ขนาด 3-5 คน โอบนับ 10 ต้น ด้านหน้าศาลาการเปรียญมีพญานาค 9 เศียรสูง 9 เมตร ใกล้กันมีรูปปั้นท้าวเวสสุวรรณ รูปปั้นพระสังกัจจายน์ และรูปปั้นพระแม่ธรณีตั้งโดดเด่นเรียงรายให้สาธุชนที่แวะเวียนมาทำบุญได้มาขอพร

ข้างอุโบสถมีศาลปู่ตา ใกล้หอระฆังติดรั้ววัดด้านทิศเหนือยังมีศาลาพญานาค ภายในมีรูปปั้นพญานาคน้อยใหญ่มากว่า 20 ตน มีจอมปลวกคล้ายพญานาคผุดขึ้นมาตามฝาผนัง และที่มุมรั้ววัดห้องน้ำเก่ามีรูปปั้นองค์นางพญาเขียวค่อม มเหสีท้าวพญาศรีโคตรตะบอง ตั้งบนแท่นฐานมีพญานาค 3 ตนแผ่พังพาน

พระอธิการสบายใจเปิดเผยว่า อาตมาอยู่ที่วัดแห่งนี้ในปี พ.ศ.2559 ได้นิมิตฝันเห็นพญานาคสีเขียวอมดำ 1 ตน จึงไปบอกเล่าให้ญาติโยมฟัง ก่อนลงมือสร้างพญานาคที่หน้าศาลาการเปรียญ เป็นพญานาค 9 เศียรลำตัวเดียวสูง 9 เมตร

จากนั้นมีญาติโยมช่วยกันบริจาค เพื่อสร้างพญานาคตามกำลังศรัทธา พญานาคมีนามว่า “ปู่อินทรนาคราช” มีสาธุชนแวะเข้ามากราบไหว้บูชา ได้ขอพรโชคลาภสำเร็จดังประสงค์กันถ้วนหน้า
ส่วนรูปปั้นองค์นางพญาเขียว ที่สร้างทับจอมปลวกพญานาคใกล้กุฏิสงฆ์ มีญาติโยมคนหนึ่งที่ จ.มุกดาหาร ได้ฝันเกี่ยวกับพระนางเขียวค่อม ซึ่งเป็นพระราชธิดาในอาณาจักรล้านช้าง พญาศรีโคตรตะบอง ซึ่งมีพละกำลังมหาศาลมีอาวุธประจำกายคือ ตะบอง ได้สถาปนาเมืองศรีโคตรบูรณ์ขึ้น และเป็นผู้ปราบช้างที่เมืองเวียงจันทน์

มีเรื่องเล่าว่าพญาศรีโคตรตะบองมีฤทธิ์เดชฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย ก่อนถูกเจ้าเมืองเวียงจันทน์หลอกล่อ ก่อนถูกลอบปลงพระชนม์ด้วยการแทงหอกเข้าที่ทวารหนัก ขณะนั่งอุจจาระบนส้วมสมัยก่อน ก่อนที่พญาศรีโคตรตะบองจะสิ้นพระชนม์ ได้ร่ายมนต์สาปแช่งนครเวียงจันทน์ให้พบความวิบัติ พินาศล่มจม และจะพ้นคำสาปได้เมื่อมีหินฟูน้ำ งูใหญ่ และช้างเผือก
จึงอาจเป็นที่มาที่ญาติโยมที่ จ.มุกดาหาร มาสร้างองค์นางพญาเขียวค่อม ทับบริเวณห้องน้ำที่มีจอมปลวกพญานาคผุดขึ้น และมีงูใหญ่ 2 ตัวแผ่พังพานเหนือรูปปั้นดังกล่าว อีกทั้งมีช้างเผือก 2 เชือกขนาบข้าง อาจจะเป็นการแก้คำสาปของท้าวพญาศรีโคตรตะบองที่สาปไว้ข้างต้น

ส่วนอุโบสถหรือสิมเก่าหลังนี้ เท่าที่ทราบมีการบูรณปฏิสังขรณ์สร้างครอบสิมเก่าโดยบูรณะทาสีมาแล้ว 2 ครั้งหมดงบกว่า 1 แสนบาท หลังบูรณะเสร็จ จึงได้ใบเสมาขออนุญาตตราตั้ง จัดทำบุญฉลองอุโบสถผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิมิต ระหว่างวันที่ 17-19 ก.พ.2569
วันที่ 17 ก.พ. พิธีบวงสรวงรุกขเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เวลา 09.00 น. ประกอบพิธียกช่อฟ้าขึ้นสู่หลังคาอุโบสถ และประกอบพิธีปักเขตวิสุงคามสีมา เวลา 13.30 น. คณะสงฆ์ทำสังฆกรรมและสวดถอดถอนติจีวราวิปปวาส และสมานสังวาสสีมา เวลา 18.30 น. แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์
วันที่ 18 ก.พ. เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนบูชาผ้าไตรและปิดทองฝังลูกนิมิตตลอดทั้งวัน และมีมหรสพ

วันที่ 19 ก.พ. เวลา 09.00 น. ประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิต และพิธีสงฆ์ตามลำดับ
คำบูชา ปู่อินทร นาคราช (ตั้งนะโม 3 จบ) โอม อินทรนาคราช นะมาะมิ ปะติถิตัง สัพพะโลกะหิตัง สัพพะปาปัง วินาสสันติ ทุติยำปิ โอม อินทรนาคราช นะมามิ ปะติถิตัง สัพพะโลกะหิตัง สัพพะปาปัง วินาสสันติ ตะติยัมปิ โอม อินทรนาคราช นะมะสิ ปะติถิตัง สัพพะโลกะหิตัง สัพพะปาปัง วินาสสันติ สาธุ สาธุ สาธุ

วัดแห่งนี้หาง่ายออกจากตัวเมืองนครพนม ตามถนนทางหลวง 212 สายนครพนม-ธาตุพนม ไปทางทิศใต้ราว 6 กิโลเมตร ก่อนถึงปั๊มน้ำมันบางจาก ซ้ายมือจะพบป้ายปักบอกทางไปวัด ให้เลี้ยวซ้ายผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองจันทน์ ราว 500 เมตรก็จะถึงตัววัด
ชนะ วสุรักคะ