“พ่อท่านบุญให้ ปทุโม” หรือ “พระครูพิศาลวิหารวัตร” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดท่าม่วง ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีความเชี่ยวชาญวิทยาคมเป็นที่เลื่องลือทั่วภาคใต้จนได้รับการยกย่องให้เป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้า คณะศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาเรียกขานว่า เทพเจ้ามนต์คาถาแห่งปักษ์ใต้ ด้วยสร้างวัตถุมงคลที่เด่นด้านคงกระพันชาตรี-แคล้วคลาด-เมตตามหานิยม

ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าม่วง และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธ)

เกิดในสกุล สุขขนาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ส.ค.2471 ณ หมู่บ้านบางทองคำ ต.บ้านเนิน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช บิดา-มารดาชื่อ นายสงฆ์และนางทองนวล สุขขนาน มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 9 คน ท่านเป็นคนที่ 6

ช่วงวัยเยาว์มีอุปนิสัยสุภาพ เป็นเด็กดี ไม่ชอบเที่ยวเตร่ ตั้งแต่เริ่มเข้าวัยรุ่นมีความประพฤติเรียบร้อย จิตใจฝักใฝ่สนใจหลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เป็นคนขยันขันแข็ง มีจิตใจเมตตากรุณามาตั้งแต่วัยเยาว์ แม้กระทั่งวัวที่เลี้ยงไว้ไถนาก็ให้ความรักดูแลเป็นอย่างดี

กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2491 ณ วัดพระหอม ต.บ้านกลาง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีพระธรรมปาลาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดฝาก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปทุโม มีความหมายว่า ดอกบัว

มงคลข่าวสด

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม รวมทั้งได้ศึกษาเล่าเรียนสรรพวิชาทั้งอาคมจากพระครูทักษิณธรรมสาร วัดพระหอม

ตลอดระยะเวลา 3 พรรษาคอยปรนนิบัติรับใช้พระครูทักษิณธรรมสาร ซึ่งเป็นลูกศิษย์พ่อท่านจับ วัดท่าลิพง อย่างใกล้ชิด ได้รับเมตตาถ่ายทอดสรรพวิชาอาคมต่างๆ อย่างครบถ้วน

หมั่นฝึกฝนทบทวนวิทยาคมต่างๆ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจนเชี่ยวชาญ

กล่าวได้ว่าวิชาที่ได้ร่ำเรียนจากพระครูทักษิณธรรมสารแห่งวัดพระหอม เป็นวิชาสายเดียวกับพ่อท่านเอื้อม แห่งวัดบางเนียน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

ต่อมา พ.ศ.2494 เดินทางขึ้นไปยังภาคกลาง อยู่จำพรรษาที่วัดเขมาภิรตาราม อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเป็นเวลา 13 พรรษา หลังจากนั้นจึงได้เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าบันเทิงธรรม เขตบางกอกน้อย ซึ่งที่นั่นได้บูรณะซ่อมแซมกุฏิ สร้างศาลา โรงธรรม เสนาสนะต่างๆ เป็นเวลา 3 พรรษา

กระทั่งปี พ.ศ.2508 เป็นเจ้าอาวาสวัดพระหอม เวลา 1 พรรษา ก่อนย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดท่ามะเดื่อ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เป็นเวลา 6 พรรษา

ณ ที่แห่งนี้มีโอกาสศึกษาวิชาต่างๆ กับพระอาจารย์สำนักเขาอ้อหลายท่าน เช่น พระสมุห์สงฆ์ วัดตะโหมด, พระครูกาชาด วัดดอนศาลา, พ่อท่านนำ, พ่อท่านทอง เป็นต้น

จวบจนพ.ศ.2513 ได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าม่วง ซึ่งในตอนที่เข้ามาอยู่ใหม่วัดมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก มีเพียงโบสถ์เก่าคร่ำคร่ากับกุฏิผุพังเท่านั้น

ด้วยความมุ่งมั่นจึงชักชวนให้ชาวบ้านร่วมบูรณปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมวัด พร้อมเป็นองค์อุปถัมภ์สร้างอาคารเรียนหลังใหม่ของโรงเรียนวัดท่าม่วง สร้างหอระฆัง เมรุ กุฏิ และศาลาการเปรียญ

ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2513 เป็นเจ้าอาวาสวัดท่าม่วง พ.ศ.2528 เป็นเจ้าคณะตำบลบ้านปากพูน (ธ)

พ.ศ.2564 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธ)

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2551 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราชทินนามที่ พระครูพิศาลวิหารวัตร

พ.ศ.2559 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เทียบเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษในราชทินนามเดิม

เป็นพระเกจิที่บำเพ็ญเพียรตั้งมั่นอยู่ในสมณธรรมอย่างเคร่งครัด เคยมีลูกศิษย์ที่เป็นทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ เข้ากราบนมัสการ และมอบตะกรุดให้พกติดตัวไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทหารหลายรายล้วนแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายมาหลายหนจนเป็นที่เลื่องลือ

ช่วงบั้นปลายชีวิตมีสุขภาพที่เริ่มถดถอยลงตามประสาคนวัยชรา

กระทั่งมรณภาพอย่างสงบเมื่อเวลา 07.00 น. เช้าวันที่ 2 ม.ค.2569 ณ กฏิวัดพระหอม ต.บ้านกลาง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช สิริอายุ 97 ปี พรรษา 77

ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาศิษยานุศิษย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน