เมื่อวันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานในงานแถลงข่าวการรับมอบโบราณวัตถุ “ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย” จากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับคืนสู่มาตุภูมิ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

น.ส.ซาบีดากล่าวว่า การได้รับมอบโบราณวัตถุประโคนชัยกลับคืนมาในครั้งนี้ มีความสำคัญยิ่งต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ประเมินค่ามิได้ โบราณวัตถุเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญที่บอกเล่าถึงความรุ่งเรืองของชุมชนโบราณในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ช่วยยืนยันถึงการมีอยู่ของเมือง “ศรีจนาศะ” เมืองโบราณที่มีศูนย์กลางอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำมูนและที่ราบสูงโคราช

โบราณวัตถุเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาในพุทธศาสนา และเป็นหลักฐานของภูมิปัญญาด้านโลหกรรมขั้นสูงของผู้คนบนผืนแผ่นดินไทย การติดตามประติมากรรมสำริดกลับคืนมาครั้งนี้ได้สำเร็จ เป็นความร่วมมือของคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศ

กรมศิลปากร กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา (Homeland Security Investigations : HSI) ที่ร่วมกันทำงานอย่างเข้มแข็งมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2561 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการปกป้องมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ และต้องขอขอบคุณพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ซานฟรานซิสโก ที่ให้ความร่วมมือในการส่งคืนมรดกสำคัญครั้งนี้แก่ประเทศไทย
หวังว่าความสำเร็จในวันนี้จะเป็นนิมิตหมายอันดีในการติดตามโบราณวัตถุรายการอื่นๆ กลับคืนสู่ประเทศไทยในอนาคต เพื่อรักษาไว้เป็นมรดกที่แสดงถึงรากวัฒนธรรมของผู้คนบนแผ่นดินไทย และส่งต่อเป็นความรู้แก่ลูกหลานสืบไป
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า กรมศิลปากรในฐานะเลขานุการคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2561

โดยการสืบค้นหลักฐานข้อมูลที่แสดงถึงถิ่นกำเนิด และการนำออกจากประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย พร้อมนำส่งหลักฐานดังกล่าวผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ให้แก่สำนักงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา เพื่อแจ้งความประสงค์ขอรับโบราณวัตถุกลับคืนสู่มาตุภูมิ

ในที่สุดกรมศิลปากรก็ได้รับการประสานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ว่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียซานฟรานซิสโกได้ถอดถอนประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย 4 รายการ ประกอบด้วย พระโพธิสัตว์ 3 องค์ และพระพุทธรูป 1 องค์ ออกจากบัญชีทะเบียนโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์

เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ได้ตรวจสอบหลักฐานที่มาอย่างแน่ชัดแล้วว่าโบราณวัตถุถูกลักลอบนำออกจากประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จึงแสดงเจตนารมณ์ในการให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการค้าโบราณวัตถุโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 กรมศิลปากรจึงได้มอบหมายผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เดินทางไปรับมอบโบราณวัตถุทั้ง 4 รายการ และดำเนินการด้านการขนส่งโบราณวัตถุร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ซึ่งได้ส่งกลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา

จากนั้นได้มอบหมายผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญและภัณฑารักษ์ร่วมกันตรวจพิสูจน์ พบว่าประติมากรรมสำริดทั้ง 4 รายการเป็นโบราณวัตถุสมัยลพบุรี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 หรือประมาณ 1,200 ปีที่แล้ว ด้วยมีองค์ประกอบโลหะและรูปแบบศิลปกรรม สอดคล้องกับประติมากรรมพระโพธิสัตว์ พระพุทธรูปที่พบจากจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

“โบราณวัตถุที่กรมศิลปากรรับมอบกลับคืนมาในครั้งนี้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญของชุมชนโบราณในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เมื่อประมาณ 1,200 ปีที่แล้ว และเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นสำคัญของคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยที่จะได้ดำเนินงานติดตามโบราณวัตถุอีกหลายรายการต่อไป” นายพนมบุตรกล่าว