“พระครูธีรพัชโรภาส” หรือ “หลวงพ่อผอง ธัมมธีโร” เป็นพระเกจิดังแห่งเมืองมะขามหวาน และเป็นศิษย์สืบสายธรรมรูปสุดท้ายของหลวงพ่อทบ ธัมมปัญโญ วัดพระพุทธบาทชนแดน พระเกจิชื่อดังเมืองเพชรบูรณ์

อดีตเจ้าอาวาสวัดพรหมยาม ต.สามแยก อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลสระประดู่ เริ่มจัดสร้างวัตถุมงคลต่างๆ ทั้งเนื้อว่าน รูปหล่อ เหรียญชนิดต่างๆ มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2535 เพื่อหาทุนสมทบก่อสร้างศาลาการเปรียญ ห้องสมุด และอุโบสถ

มีนามเดิมว่า ผอง อินทรผล เกิดเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2467 ที่บ้านหันน้อย ต.หนองมะเขือ อ.พล จ.ขอนแก่น

รายงานพิเศษ - เหรียญยันต์กลับ‘หลวงพ่อผอง’ วัดพรหมยาม-เมืองเพชรบูรณ์

ช่วงวัยเยาว์ ศึกษาเล่าเรียนและจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบำรุงไทย 2 อ.พล แต่ด้วยใจที่ใฝ่ในธรรม เมื่ออายุครบ 20 ปี ท่านได้รบเร้าให้บิดามารดาพาไปอุปสมบท ที่วัดบ้านเรือ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น มีพระครูปฏิพัทธ์ธรรมคุณ เป็นพระอุปัชฌาย์

อยู่จำพรรษาที่วัดบ้านเรือ โดยพระครูปฏิพัทธ์ธรรมคุณ ได้เมตตาสอนการวิปัสสนากัมมัฏฐาน และวิธีเจริญสมาธิจิตตภาวนาให้ พร้อมกันนี้ ท่านยังได้ศึกษาพระปริยัติธรรมไปด้วย จนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท และสอบได้นักธรรมชั้นเอกในภายหลัง

ต่อมา กราบลาพระครูปฏิพัทธ์ธรรมคุณ เพื่อออกเดินท่องธุดงค์แสวงหาความวิเวก ตามเทือกเขาชัยภูมิ ไปจนถึง จ.พิจิตร

ทราบว่า หลวงพ่ออ้วน หรือพระครูวิชาญพัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดสว่างเนตร ต.ดงขุย อ.ชนแดน เป็นพระเกจิที่เรืองวิทยาคม จึงเดินทางมาฝากตัวขอเป็นศิษย์ ซึ่งหลวงพ่ออ้วนก็ไม่ขัดข้องได้ถ่ายทอดวิทยาคมให้ อีกทั้งหลวงพ่อผองได้รับใช้ตอบแทนคุณ ด้วยการเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมในวัดสว่างเนตรและวัดใกล้เคียง ช่วยกิจการด้านพระพุทธศาสนา เป็นเวลา 10 พรรษา

รายงานพิเศษ - เหรียญยันต์กลับ‘หลวงพ่อผอง’ วัดพรหมยาม-เมืองเพชรบูรณ์

ก่อนไปอยู่จำพรรษากับหลวงพ่อทบ ที่วัดพระพุทธบาทเขาน้อย อ.ชนแดน เพื่อศึกษาพุทธาคมและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งหลวงพ่อทบยินดีถ่ายทอดสรรพวิชาให้

หลวงพ่อทบเน้นย้ำว่า “การจะปลุกเสกพระเครื่อง และเครื่องรางของขลังให้ศักดิ์สิทธิ์นั้น ใจจะต้องนิ่งสงบ ปราศจากกิเลส จิตจะต้องแข็งได้ฌาน จะปลุกเสกอะไรสิ่งนั้นก็จะดีไปทั้งหมด”

หลวงพ่อผอง อุปัฏฐากหลวงพ่อทบ คอยช่วยเหลือกิจการคณะสงฆ์ โดยหลวงพ่อทบได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอชนแดน ส่วนตัวท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม จนได้รับแต่งตั้งจากหลวงพ่อทบให้เป็นพระใบฎีกา และเป็นพระคู่สวด ขณะที่หลวงพ่อทบถูกนิมนต์ให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ในเขตพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

เวลาผ่านไป 10 ปี กราบลาหลวงพ่อทบออกเดินท่องธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ จนมาถึงบ้านพรหมยาม ต.สามแยก อ.วิเชียรบุรี ซึ่งขณะนั้นเป็นพื้นที่ป่า เต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิด

รายงานพิเศษ - เหรียญยันต์กลับ‘หลวงพ่อผอง’ วัดพรหมยาม-เมืองเพชรบูรณ์

พ.ศ.2506 ร่วมกับชาวบ้านสร้างวัดพรหมยาม จัดสร้างกุฏิ ศาลาการเปรียญ เสนาสนะต่างๆ

แม้จะมีกุฏิที่ญาติโยมร่วมกันสร้างให้ แต่ยังคงอาศัยอยู่ในกุฏิไม้หลังเล็กที่ไม่มีสิ่งของอำนวยความสะดวกอย่างอื่น แม้แต่มุ้งก็ไม่มี แต่ปรากฏว่าไม่มียุงหรือแมลงไปตอมหรือกัดหลวงพ่อผองแต่อย่างใด

เมื่อปี พ.ศ.2531 หลวงพ่อผอง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลสามแยก และได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูธีรพัชโรภาส

วัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้นในวาระต่างๆ ได้รับความนิยมสูง

ล่วงเข้าปัจฉิมวัย อาพาธบ่อยครั้ง สุดท้ายมรณภาพอย่างสงบ เวลา 04.45 น. วันที่ 7 ก.ย.2555 ที่ห้องไอซียู ร.พ.เพชรบูรณ์ สิริอายุ 88 ปี พรรษา 68

เหรียญยันต์กลับ เป็นอีกวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมมาก สร้างขึ้นในวาระที่มีอายุครบ 7 รอบ เมื่อปี พ.ศ.2551 จัดสร้างเป็นเหรียญดีบุกจำนวน 300 เหรียญ เหรียญทองแดงรมดำ 3,000 เหรียญ เฉพาะเหรียญดีบุก จะมีเลขกำกับทุกเหรียญ อีกทั้งก่อนมอบให้ลูกศิษย์คนใดก็จะจารด้วยมือของท่านเอง

ลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายรูปไข่ มีลายกนกล้อมรอบ ขนาด 2.5 เซนติเมตร มีหูห่วงเชื่อม

รายงานพิเศษ - เหรียญยันต์กลับ‘หลวงพ่อผอง’ วัดพรหมยาม-เมืองเพชรบูรณ์

ด้านหน้า ตรงกลางจะเป็นรูปเหมือนขนาดครึ่งองค์ ใต้รูปโค้งไปตามขอบ เขียนว่า “๗ รอบ หลวงพ่อผอง” มีอักขระ 3 ตัว อยู่ด้านบนและด้านข้างซ้าย-ขวา บนศีรษะรูปเหมือนหลวงพ่อ

ด้านหลัง เป็นยันต์ห้า หัวกลับลง ด้านบนยันต์เขียนว่า “วัดพรหมยาม อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์” ปลายยันต์ หัวกลับ เขียนว่า ๒๕๕๑ คือปี พ.ศ.ที่จัดสร้าง

เป็นเหรียญหายากอีกรุ่นไปแล้วในขณะนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน