วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ความรู้คู่วัด เปิดประตูสู่หลักธรรมาภิบาล” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการเผยแพร่สื่อให้ความรู้ด้านกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการวัด ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “บทบาทกระทรวงยุติธรรมในการส่งเสริมการจัดการวัดอย่างโปร่งใส”

รายงานพิเศษ

พงษ์สวาท นีละโยธิน

 

โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม นางพัชรินทร์ พัดทอง ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้แทนสำนักพุทธฯ รวมถึงภาคีเครือข่าย เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10-09 (Auditorium) อาคารกระทรวงยุติธรรม

โอกาสนี้ นางพงษ์สวาทปาฐกถาพิเศษโดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่ง ว่า ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ วัดถือเป็นนิติบุคคลสามารถถือครองทรัพย์สินได้ ให้เช่า กระทำผิดและถูกฟ้องคดีได้ด้วยเช่นเดียวกัน สำหรับเจ้าอาวาส และไวยาวัจกรก็ถือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นการบริหารจัดการวัดคงจะดูแต่เฉพาะหลักธรรมอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ดังนั้นกฎหมายที่เข้ามาในการบริหารจัดการวัดจึงมีอยู่มาก และแน่นอนว่าหลักหนึ่งที่วัดต้องใช้คือ “หลักธรรมาภิบาล” โดยหลักธรรมาภิบาลที่ภาครัฐยึดถือมาโดยตลอด ได้แก่หลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใสตรวจสอบได้ ความรับผิดชอบ หลักการมีส่วนร่วม และหลักความคุ้มค่าทั้ง 6 หลักนี้สามารถใช้กับวัดได้ด้วยเช่นเดียวกัน

รายงานพิเศษ

สำหรับบทบาทของกระทรวงยุติธรรมในการบริหารจัดการวัด กระทรวงยุติธรรมมีหน่วยงานในการกำกับดูแลทั้งหมด 10 กรม วัดสามารถที่จะประสานกระทรวงยุติธรรมได้เสมอ แม้หน่วยงานหลักของการบริหารจัดการวัดจะเป็นมหาเถรสมาคม ในการดูแลกฎมหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ดูแลในเรื่องของวัดทุกแห่งในประเทศไทย แต่กระทรวงยุติธรรมสามารถที่จะเป็นหน่วยสนับสนุนในการบริหารจัดการวัดในด้านกฎหมายได้ในทุกมิติ เช่น ถ้าวัดต้องการการพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมมีสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยเหลือในการทำงานของวัดได้

ในมิติของการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้มีหน่วยงานที่ช่วยเหลือดูแลในเรื่องเหล่านี้คือ กรมบังคับคดีในการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ ในชั้นหลังคำพิพากษาหรือกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่ช่วยเหลือในการประนีประนอมไกล่เกลี่ยต่างๆ ในมิติของการจัดการคดีถ้าไม่สามารถไกล่เกลี่ย หรือประนีประนอมได้ มีหน่วยงานที่อยู่ในกำกับดูแลที่จะสามารถช่วยเหลือในงานด้านคดีความ ซึ่งถ้าลักษณะไม่ต้องไปถึงชั้นศาล มีสถาบันอนุญาโตตุลาการในการที่จะช่วยในการใช้ยุติธรรมทางเลือกในการช่วยเหลืองานด้านคดี หรือจำเป็นต้องใช้การตรวจสอบในระดับสูงมีกรมสอบสวนคดีพิเศษในการเข้าไปช่วยสืบสวน สอบสวน

รายงานพิเศษ

“นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมสามารถช่วยเหลือสนับสนุนในการบริหารจัดการวัดได้ คือ การให้องค์ความรู้ทางกฎหมาย ซึ่งหลายหน่วยงานได้ดำเนินการให้องค์ความรู้และช่วยเหลือทางกฎหมาย และในภูมิภาคมีสำนักงานยุติธรรมจังหวัดในการเข้าไปช่วยเหลือดูแล และอีกหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างมากคือ สำนักงานกิจการยุติธรรมที่ได้จัดกิจกรรมในวันนี้ ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางธรรมและทางกฎหมายเข้าด้วยกัน ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้สามารถให้องค์ความรู้ทางกฎหมายเพื่อให้การบริหารจัดการวัดเป็นไปอย่างถูกต้อง” ปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าว

รายงานพิเศษ

ทั้งนี้ กิจกรรม “ความรู้คู่วัด เปิดประตูสู่หลักธรรมาภิบาล” จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการเผยแพร่สื่อความรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวัด แลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการวัดอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และถูกต้องตามกฎหมาย โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างการรับรู้กฎหมายให้แก่พระสงฆ์ ไวยาวัจกร และผู้ปฏิบัติงานในวัด ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระทำผิดเพราะความไม่รู้กฎหมาย นำไปสู่การบริหารจัดการวัดที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยังคงไว้ซึ่งศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน