วันพุธที่ 14 มกราคม 2569 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จออกตำหนักอรุณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยบุคลากรสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เฝ้าถวายสักการะ และนำพระโกศสำหรับทรงพระอัฐิ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ มาถวาย

อนุสนธิการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระอัฐิพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายกพระองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ยุคที่ 2 ขึ้นเป็นพระเจ้าบรมวงศ์เธอ และเลื่อนกรมขึ้นเป็นกรมพระ มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า
“สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ มหาเจษฎานุพงศสิริวัฒน ภัทรผลพูลสวัสดิขัตติยพรหมจารี สังฆราชาธิบดีศรีสมณุตมปริณายก ตรีปิฎกกลาโกศล มงคลธรรมเจดีย์คัมภีรญาณยุตสุตสุนทร ไทวภราดรมหาราชาภินิษกรมณาจารย์ ศุภศีลศานติ์มหาอนาคาริยรัตน พุทธศาสนบริษัทนิปัตยคารวสถาน มโหฬารเมตตาขันตยาไศรย ศรีรัตนตรัยสรณคุณารักษ์ อุกฤษฏศักดิสกลสงฆปาโมกขคณิศราธิบดี มหาสถาวีรวโรดมบรมบพิตร”

พร้อมกันนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กรมศิลปากรออกแบบและจัดสร้างพระโกศทองคำลงยาสำหรับทรงพระอัฐิ ตามพระอิสริยยศสมเด็จพระมหาสมณเจ้า แทนพระโกศองค์เดิมซึ่งยังทรงพระอัฐิอยู่ในปัจจุบัน ประดิษฐาน ณ หอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง
ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานให้คณะสงฆ์วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เข้าเชิญพระอัฐิบรรจุลงพระโกศองค์ใหม่และจัดพิธีบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระอัฐิ ณ หอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสอันสมควรต่อไป

“สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์” นับเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า พระองค์ที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยได้รับการโปรดสถาปนาในพระอิสริยยศที่ “กรมพระ”
โดยที่พระนามนำหน้า “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า” นั้น เป็นพระยศสูงสุดสำหรับสมเด็จพระสังฆราชและสมเด็จพระสังฆราชเจ้า
พระองค์ท่านทรงพระนิพนธ์ตำราและหนังสือสำคัญทางพระพุทธศาสนาไว้มากมาย ทรงเป็นประธานในการตรวจชําระพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ทั้งยังทรงตรวจชําระคัมภีร์อังคุตตรนิกาย แห่งพระสุตตันตปิฎก ตลอดพระคัมภีร์ด้วยพระองค์เอง

พระนิพนธ์เหล่านี้ยังใช้เป็นคู่มือในการศึกษาภาษาบาลี และการศึกษาพระพุทธศาสนามาจนถึงปัจจุบัน
อีกทั้งทรงเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย และทรงริเริ่มให้จัดหลักสูตรธรรมศึกษา เป็นหลักสูตรการเรียนพระพุทธศาสนาสำหรับฆราวาส ควบคู่ไปกับหลักสูตรนักธรรมของบรรพชิต