“หลวงพ่อรุ่ง คังคสุวัณโณ” เจ้าอาวาสรูปแรกวัดหนองสีนวล ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเคียงคู่กับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
เป็นญาติทางมารดา มีศักดิ์เป็นน้อง แต่หลวงพ่อรุ่งอ่อนพรรษากว่า และเป็นหลวงลุงของพระครูนิสัยจริยคุณ (หลวงพ่อโอด) วัดจันเสน
เกิดในสกุล แป้นโต เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2412 ที่บ้านหัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

พ.ศ.2434 อายุ 22 ปี เบื่อหน่ายทางโลก เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดพระปรางค์เหลือง ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มีพระครูพยุหานุศาสน์ (หลวงพ่อเงิน) วัดพระปรางค์เหลือง เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อปั้น วัดหาดทะนง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “คังคสุวัณโณ”
อยู่จำพรรษาที่วัดพระปรางค์เหลือง ศึกษาปฏิบัติธรรมโดยตรงกับหลวงพ่อเดิมและหลวงพ่อเงิน ครั้นหลวงพ่อเงินมรณภาพย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดหาดทะนง ศึกษาเรียนปฏิบัติธรรมและวิปัสสนากัมมัฏฐานกับหลวงพ่อปั้น
จากนั้นออกเดินธุดงค์แสวงหาความวิเวก ต่อมาได้รับนิมนต์ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหัวหวาย ซึ่งขณะนั้นมีการสร้างทางรถไฟผ่านบ้านหัวหวายโดยชาวต่างชาติเป็นผู้รับเหมา มีการกีดกันไม่ให้ชาวบ้านใช้น้ำในบ่อซึ่งมีเพียงบ่อเดียว
ทราบความเดือดร้อนของชาวบ้าน จึงดำริที่จะหาสถานที่อยู่ใหม่ให้

เสี่ยงสัตย์อธิษฐานตามพื้นที่ต่างๆ หลายแห่ง จนมาพบพื้นที่หนองตานวลเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม จึงนำชาวบ้านหัวหวายมาอยู่ที่หนองตานวล พร้อมก่อสร้างวัดหนองตานวลขึ้นด้วย
พ.ศ.2453 นำชาวบ้านและลูกศิษย์ 2 คน เดินทางไปที่เขาชอนเดื่อเวลากลางคืน ขณะที่นั่งปฏิบัติธรรม ศิษย์ทั้งสองคนที่ใช้ไปตัดใบตองได้ขึ้นไปบนยอดเขาชอนเดื่อ พบ “พระแสงศรกำลังราม” จึงนำมามอบให้หลวงพ่อรุ่ง
ต่อมาได้นำพระแสงศรกำลังรามดังกล่าว ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
จากนั้น พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพัดครุฑงานรัชมงคล และพระราชทานเงินตราแก่ศิษย์ทั้งสองคนเป็นบำเหน็จตามสมควร
พ.ศ.2475 หลังจากจัดสร้างวัดและชุมชนชาวบ้านจนเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ดำเนินการสร้างอุโบสถ โดยมีหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ และหลวงพ่ออิน วัดหางน้ำหนองแขม ช่วยเหลือด้านปัจจัย พร้อมทั้งนำคณะสงฆ์ช่วยสร้างจนแล้วเสร็จ ซึ่งในเวลาต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนชื่อวัดหนองตานวล เป็น “วัดหนองสีนวล” สืบมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากสร้างอุโบสถเสร็จแล้วยังจัดสร้างพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดหน้าตัก 6 ศอก สูง 5 ศอก, กุฏิและห้องน้ำ ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังจัดสร้างหุ่นด้วยปูนซีเมนต์ เป็นหุ่นรูปทหารอากาศล้อมรอบอุโบสถ ซึ่งต่อมาภายหลังทางราชการได้มาจัดสร้างสนามบินทหารอากาศ กองบิน 4 ขึ้น ในพื้นที่บ้านหนองสีนวล
ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็น “ปูชนียบุคคล” ของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายเพราะมีความเป็นอยู่ด้วยความสงบตามสมณวิสัย ซึ่งหาได้อย่างยากยิ่งในปัจจุบัน
ทำให้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนทั่วไป รวมทั้งคณะสงฆ์ให้ความเคารพรักและศรัทธาอย่างจริงใจ
ตลอดทั้งชีวิตทุ่มเททำงานปฏิบัติงานทำนุบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนามากมายนานัปการ และบูรณปฏิสังขรณ์วัดเชิงท่ามาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ศรัทธาของประชาชนทั่วไป
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้จีรัง บ่ายวันที่ 17 พ.ค.2489 จึงมรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 77 ปี พรรษา 55
ในปี พ.ศ.2489 จัดสร้างวัตถุมงคล “เหรียญพุ่มข้าวบิณฑ์” เป็นเหรียญรุ่น 2 เนื้ออัลปาก้า และเนื้อทองแดง

ยังไม่ทันได้ปลุกเสก เมื่อสร้างเหรียญเสร็จก็ละสังขารเสียก่อน
หลวงพ่อเดิมจึงตั้งจิตอธิษฐานปลุกเสกเหรียญรุ่นนี้ด้วยตนเองเพื่อไว้แจกในงานศพหลวงพ่อรุ่ง
ลักษณะเป็นเหรียญทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ มีหูห่วง
ด้านหน้ามีขอบลายไทยล้อมรอบ ตรงกลางเป็นรูปนูนครึ่งองค์ และมีอักษรไทยเขียนว่า “ที่ระลึกหลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล นครสวรรค์ ๒๔๘๙”
ส่วนด้านหลังมีขอบลายไทยรอบเหรียญเช่นกัน ตรงกลางเป็นยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้าบรรจุอักขระขอมบน-ล่าง
นับเป็นเหรียญหายากที่ทรงคุณค่า