“หลวงพ่อลี ธัมมธโร” หรือ “ท่านพ่อลี” แห่งวัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เป็น ศิษย์สายวิปัสสนากัมมัฏฐานอันดับต้นของ “พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต” บูรพาจารย์สายพระป่า

ริเริ่มและสร้างวัดอโศการาม จนเจริญรุ่งเรืองและมีชื่อเสียงมาจวบถึงปัจจุบัน เป็นที่เคารพศรัทธาของลูกศิษย์ลูกหาและ ชาวบ้าน แม้แต่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังมาฝากตัวเป็นศิษย์

เป็นชาวบ้านหนองสองห้อง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เกิดเมื่อวันที่ 31 ม.ค.2449

เมื่อตอนวัยเด็กค่อนข้างเลี้ยงยาก งอแง และขี้โรค อายุ 12 ปี จึงเริ่มเรียนหนังสือไทย แต่มีสิ่งหนึ่งในความคิดอยู่ตลอด คือ ความคิดอ่านเรื่องบาปบุญและปรารถนาอย่างยิ่งที่จะบวชในภายภาคหน้า

จนเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ อุปสมบทในปี พ.ศ.2468 สังกัดมหานิกาย

ต่อมามีโอกาสพบและฟังเทศน์จาก “พระอาจารย์บท” ศิษย์สายพระอาจารย์มั่น ทั้งเห็นถึงปฏิทาและการปฏิบัติสังฆกิจต่างๆ จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ตัดสินใจออกธุดงค์ติดตาม เพื่อไปพบซึ่งขณะนั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดบูรพา จ.อุบลราชธานี

 

ได้รับการแนะนำสั่งสอนจากพระอาจารย์มั่นเพียงสั้นๆ ว่า “คำว่า พุทโธ นี้ คือความพิเศษ เป็นดวงแก้วแห่งธรรม” อันเป็นอุบายเบื้องต้นในการปฏิบัติกัมมัฏฐาน

นอกจากนี้ยังได้ศึกษาเพิ่มเติมจากพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม และพระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล ที่บ้านท่าวังหิน อันเป็นสถานที่เงียบสงบเหมาะแก่การเจริญกัมมัฏฐาน

พากเพียรปฏิบัติธรรมและวิปัสสนากัมมัฏฐาน จนปี พ.ศ.2471 จึงได้แปรญัตติจากมหานิกายเป็น “ธรรมยุติกนิกาย” โดยพระอาจารย์มั่นเป็นผู้บรรพชาให้เป็นสามเณร และพระปัญญาพิศาลเถร (หนู) แห่งวัดสระปทุม เป็นพระอุปัชฌาย์

จากนั้นออกธุดงค์กับพระอาจารย์มั่นเรื่อยมา จนพระอาจารย์ให้ออกธุดงค์โดยลำพัง จึงออกไปยังสถานที่ต่างๆ รวมถึงกัมพูชา พม่า และอินเดีย กระทั่งมาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แม่ชีขาว

จ.สมุทรปราการ

ณ สถานที่นี้เอง เริ่มก่อตั้งสำนักสงฆ์ที่เน้นวัตรปฏิบัติธรรม อาจสืบเนื่องจากได้นิมิตว่าเป็นบริเวณที่บรรจุพระบรมธาตุ

การให้ชื่อวัดว่า “วัดอโศการาม” ประสงค์จะให้เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงคุณพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ของอินเดียที่ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนามายังแถบเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทย ได้ก่อสร้างรูปเหมือนพระเจ้าอโศกมหาราช และสร้างเสนาสนะต่างๆ จนพัฒนาเป็น “วัดอโศการาม” ที่รุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้

นับเป็นพระสุปฏิปันโนผู้ประพฤติดีประพฤติชอบ เป็นพระเกจิสายกัมมัฏฐานที่เคร่งครัด เข้มขลัง และทรงอภิญญา เป็นที่เลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนทั่วหล้า

สมณศักดิ์สุดท้าย ในปี พ.ศ.2500 ได้รับพระราชทานเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสุทธิธรรมรังสี

มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2504 สิริอายุ 55 ปี 3 เดือน พรรษา 35

ชื่อเสียงและเกียรติคุณ ยังคงอยู่ในจิตใจของพุทธศาสนิกชน ซึ่งเวียนมาสักการะรำลึกถึงยังวัดอโศการามอยู่ประจำ

วัตถุมงคลมีมากมาย ทั้งที่สร้างเองและหลังจากมรณภาพแล้ว โดยเฉพาะ “เหรียญปั๊มที่ระลึกงานผูกพัทธสีมา วัดอโศการาม” ที่สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกในโอกาสผูกพัทธสีมา ในวิสาขฤกษ์ ปี พ.ศ.2503

ลักษณะเป็นรูปทรงเสมา หูในตัว ด้านหน้าตรงกลางพระประธานประทับนั่ง แสดงปางปฐมเทศนา ในกงล้อธรรมจักร 8 ซี่ มีอักขระขอมจารึกตรงกงล้อธรรมจักรทั้ง 4 ด้าน ว่า “นะ มะ พะ ธะ” ด้านล่างเป็นพระปัญจวัคคีย์นั่งพนมมือหันหลังให้ ขอบเป็นลายกนก ล่างสุดเป็นรูปสระบัว อันหมายถึงบัวสี่เหล่าตามพุทธดำรัส

ส่วนด้านหลังตรงกลางเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ ห่มจีวรลดไหล่ อยู่ในวงกลมเล็ก มีรัศมีกระจายโดยรอบ ล้อมด้วยวงกลมใหญ่อีกชั้นหนึ่ง ขอบรอบมีอักษรไทยว่า “ที่ระลึกงานผูกพัทธสีมา วัดอโศการาม วิสาขฤกษ์ ๒๕๐๓” และมีอักขระขอมพร้อมตัว “อุ” ปิดหัวท้าย บริเวณใต้ฐานเหรียญ เขียนคำว่า “พระอาจารย์ลี เจ้าอาวาส วัดอโศการาม”

นอกจากมีพุทธคุณเป็นที่เลื่องลือ ยังเป็นเหรียญที่มีความงดงามมากเหรียญหนึ่งในวงการ เป็นการรวมทั้งเหรียญพระพุทธและเหรียญพระคณาจารย์อยู่ในเหรียญเดียวกัน

เท่าที่พบเห็นมีเนื้อเงิน และเนื้อทองแดงรมดำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน