“พระครูสังวรโสภณ” หรือ “หลวงพ่อสาย ติสสโร” วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี พระเกจิอาจารย์ดัง
สำหรับวัดพยัคฆาราม เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดเสือ เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ใน ต.บางคู้ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำลพบุรี
สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.2335 ด้านหลังวัดเป็นที่ตั้งของวัดร้างมาก่อน สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา เมื่อบ้านเมืองสงบสุข ประชาชนจึงได้สร้างวัดขึ้นมาใหม่ และขยับขยายสถานที่มาสร้างให้ใกล้แม่น้ำลพบุรี เดิมเรียกว่า “วัดเสือ” คงจะหมายถึงนามของ “หลวงพ่อเสือ” เจ้าอาวาสวัดรูปแรก ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “วัดพยัคฆาราม” ในสมัยของพระครูสังวรโสภณ (สาย ติสสโร) เป็นเจ้าอาวาส

เกิดเมื่อวันพุธ เดือน 4 ปีเถาะ พ.ศ.2397 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่บ้านตำบลโพธิ์ตลาดแก้ว อ.ท่าวุ้ง (เดิมเป็น อ.โพธิ์หวี จ.ลพบุรี)
อุปสมบทในปี พ.ศ.2418 ขณะมีอายุ 21 ปี ที่วัดเสือ มีพระอุปัชฌาย์พุก วัดเสือ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูประเวศทิพากร (ก๋ง) วัดเขาสมอคอน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา ติสสโร
อยู่จำพรรษาที่วัดเสือ ศึกษาทั้งด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ นอกจากนี้ ยังได้ศึกษากับพระอุปัชฌาย์ก๋ง วัดเขาสมอคอนด้วย

หลังจำพรรษาอยู่ที่วัดเสือ ประมาณ 3 พรรษา จึงออกธุดงค์ตามป่าเขาเป็นเวลาหลายปี จึงได้เดินทางกลับ อันเป็นเวลาที่หลวงพ่อพุกกำลังอาพาธอยู่ จึงได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้จนมรณภาพ ทางคณะสงฆ์และชาวบ้านต่างเห็นว่ามีความเหมาะสมจึงได้นิมนต์ท่านให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเสือ
พัฒนาและช่วยก่อสร้างเสนาสนะทั้งภายในและภายนอกวัด จนมีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ
เมื่อปี พ.ศ.2418 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโนรส สมเด็จพระสังฆราชรูปที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงแต่งตั้งหลวงพ่อสาย เป็นเจ้าคณะปกครองแขวงโพธิ์หวี ต่อมา พ.ศ.2458 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูสังวรโสภณ
เป็นหนึ่งในพระที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงยกย่องขณะเสด็จมาตรวจที่เมืองลพบุรี

ประวัติและพระเกียรติคุณของท่านปรากฏในหนังสือ ระยะทางสมเด็จพระมหาสมณะเสด็จตรวจการณ์คณะสงฆ์ในมณฑลในกรุงเก่า ปีพุทธศักราช 2457 มีข้อความเกี่ยวกับหลวงพ่อสายและวัดเสือ ดังนี้ …
“วันที่ 26 มีนาคม… เวลา 1 ยามเศษ เสด็จขึ้นที่ประทับที่พระครูสายจัดกุฏิของท่านไว้ถวาย…พระครูสายวัดนี้ มีรูปสมบัติเป็นสง่าทั้งมีมารยาทงามน่านับถือ มีชาวบ้านชั้นคฤหบดี มีวัยผู้ใหญ่มาอยู่ช่วยพระครูรับเสด็จหลายคน มิกิริยาอัธยาศัยอันเรียบร้อย น่าชม สมกับทั้งเจ้าวัดและลูกบ้าน…”
มรณภาพเมื่อวันจันทร์ เดือนยี่ ปีจอ พ.ศ.2489 และพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2489 สิริอายุ 92 ปี
ทุกวันนี้เหรียญรุ่นแรก เป็นอีกเหรียญวัตถุมงคลที่ได้รับความเชื่อมั่น
วัตถุมงคลที่สร้างไว้มีตะกรุดโทน ผ้าประเจียด พระพิมพ์สี่เหลี่ยม ฯลฯ แต่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ “เหรียญหลวงพ่อสายรุ่นแรก” ที่สร้างเมื่อมีอายุครบ 65 ปี ใน พ.ศ.2462

เหรียญรุ่นนี้มีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ราคาแพงมาก
ลักษณะเป็นทรงรูปไข่ มีหูห่วง จัดสร้างด้วยกัน 2 เนื้อคือ เนื้อเงินและเนื้อทองแดง
ด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปเหมือนห่มคลุมครึ่งองค์หันหน้าตรง
ด้านหลังตรงกลางเป็นยันต์ตาราง มีรูปพระปิดตา มีตัว “อุ” อยู่บนศีรษะ อักษรขอมด้านองค์พระอ่านว่า “กะ” และ “นะ” ด้านบนอ่านว่า “วา” ด้านล่างอ่านว่า “พุ” ส่วนอักษรขอมตรงมุมทั้งสี่ อ่านได้ว่า “ขา กะยะ กะอะ” และอักขระขอมด้านนอกโค้งตามขอบเหรียญอ่านได้ว่า “ขติสินํ ยสม นิ สพุพมวต กถาสพฺพโมเจโมจฺ อจหปนสํ”
ได้รับความนิยมอย่างมาก ราคาเช่าในปัจจุบันค่อนข้างสูงมาก ทุกวันนี้ นับเป็นเหรียญหายากเหรียญหนึ่งในเมืองลพบุรี